แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - PostDD

หน้า: [1] 2 3 4
1


นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า ตามนโยบายรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ มุ่งเน้นเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าเศรษฐกิจBCG ซึ่งส่วนหนึ่งของการเดินหน้าในเรื่องดังกล่าว นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ตั้งเป้าให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการพัฒนาและวิจัยเมล็ดพันธุ์ข้าวและพืชผักในภูมิภาค เพื่อผลักดันระบบการเกษตรไทยสู่การเกษตรยั่งยืนบนความหลากหลายทางชีวภาพ พร้อมต่อยอดการพัฒนาเมล็ดพันธุ์เป็นสินค้าส่งออกในอนาคต

และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เดินหน้าโครงการพัฒนาเป็นศูนย์กลางเมล็ดพันธุ์รองรับประชาคมอาเซียน ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ทั้งสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) หน่วยงานภาครัฐอีก 5 หน่วยงาน สถาบันการศึกษา 10 สถาบัน บริษัทเมล็ดพันธุ์ 60 บริษัท (จาก 5 อุตสาหกรรม) มุ่งเป้าประเทศไทยเป็นศูนย์กลางเมล็ดพันธุ์ในระดับสากล (Seed Hub) ที่มีความพร้อมทั้งทางด้านการวิจัยพัฒนา การผลิต การจำหน่าย การนำเข้า - ส่งออก เมล็ดพันธุ์ที่หลากหลายมีคุณภาพดี ในปริมาณให้เพียงพอต่อความต้องการทั้งภายในและภายนอกประเทศ

ทั้งนี้ ตัวเลขในปี 2563 ประเทศไทยสามารถผลิตเมล็ดพันธุ์คุณภาพดีหลากหลายชนิด มีมูลค่ารวม 1.1หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นเมล็ดพันธุ์เพื่อใช้เพาะปลูกในประเทศ 4.3 พันล้านบาท และเพื่อส่งออก 129 ประเทศ มูลค่า 7.4 พันล้านบาท โดยตลาดสำคัญอยู่ในกลุ่มประเทศอาเซียน และเอเซียแปซิฟิก เป็นมูลค่าที่เพิ่มขึ้นจากการส่งออกปี 2548 อย่างมาก อยู่ที่ 1.5 พันล้านบาท โดยส่วนใหญ่ร้อยละ 70 เป็นการรับจ้างผลิต สำหรับในปี 2565 คาดการณ์ว่ามูลค่าการส่งออกจะไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งมูลค่าการส่งออกและจำนวนประเทศผู้ซื้อเมล็ดพันธุ์ของไทยที่เพิ่มขึ้นนี้ สะท้อนถึงการยอมรับจากต่างประเทศในความสามารถของการผลิตเมล็ดพันธุ์ ความก้าวหน้าทางวิชาการด้านการวิจัยพัฒนา ตลอดจนศักยภาพในการขยายตัวและต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มของอุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์ไทยในระดับสากล

"ท่านนายกฯ ให้ความสำคัญอย่างมากในการพัฒนาไทยเป็นฐานของอุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์ ซึ่งเป็นตัวอย่างหนึ่งของการพัฒนาโมเดลเศรษฐกิจ BCG ที่ดี อุตสาหกรรมนี้เป็นต้นน้ำในกระบวนการเพาะปลูกและผลิต ส่งเสริมผลผลิตทางการเกษตรให้มีคุณภาพดี สร้างรายได้ให้เกษตรกร เพิ่มอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ที่สำคัญยังทำให้ชุมชนเข้มแข็งขึ้นอาชีพเกษตรกรมีความยั่งยืน ซึ่งเป็นเจตนารมณ์ของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล” นางสาวรัชดา ฯ กล่าว

2


ธุรกิจร้านอาหารที่มูลค่านับ “แสนล้านบาท” ถือเป็นหนึ่งในกิจการหน้าด่าน เมื่อรัฐประกาศ “ล็อกดาวน์” สกัดโควิด จะต้องโดนผลกระทบเป็นลำดับแรกทั้งห้ามรับประทานในร้าน(Dine in) นั่งได้แต่ต้องมีระยะห่าง เปิดพื้นที่ 25% และ 50% เป็นต้น ทว่าล่าสุดการยกระดับคุมเข้มโรคระบาดรอบใหม่ “เดลิเวอรี่-ซื้อกลับบ้าน” จากร้านที่มีสาขาในห้างค้าปลีกก็ทำไม่ได้

ปิดประตูแห่งโอกาสทำเงินที่เหลือช่องอยู่น้อยนิด ทำให้แต่ละแบรนด์ต้องหาพื้นที่นอกห้างเปิดครัวกลาง หน้าร้านขายเดลิเวอรี่ ซื้อกลับบ้านกันจ้าละหวั่น

“บุฟเฟ่ต์” เป็นอีกประเภทร้านอาหารที่ปรับตัวยาก ยิ่งเป็น “ปิ้งย่าง” ลำบากหนักไปใหญ่ เพราะจะให้เสิร์ฟเดลิเวอรี่ปิ้งย่างถึงบ้าน เตา ควัน กลิ่นฯ ไม่เอื้อให้อิ่มอร่อยจริงๆ

สุรช ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) ที่มีร้านอาหารแบรนด์ “วาคิว ยากินิกุ” ร้านปิ้งย่างพรีเมี่ยมสไตล์ญี่ปุ่น แม้มีสาขาไม่มาก แต่ได้รับผลกระทบเต็มๆ เพราะหากมองโมเดลธุรกิจ “ร้านอาหาร” ตอบไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่ออกมารับประทานเมนูโปรดนอกบ้าน จะปรับตัวพลิกสูตรลุยเดลิเวอรี่ ไม่ใช่ความจำเป็นแม้แต่น้อย

ทั้งนี้ เมื่อร้านอาหารต้องรับมือโรคระบาดควบคู่มาตรการรัฐ ปิดๆเปิดร้านเป็นระลอก การปรับตัวจึงต้องทำเพื่ออยู่รอด โดยที่ผ่านมา “วาคิว ยากินิกุ” งัดโมเดลเสิร์ฟบุฟเฟต์ปิ้งย่างถึงบ้านในชื่อ “วาคิว ยากินิกุ ออน เดอะ เทเบิ้ล” เหมือนกับเชฟ ออน เดอะ เทเบิ้ล โดยมีพนักงาน 2 คน พร้อมเมนูอาหาร 5-6 รายการ ไปบริการแก่ลูกค้าในเวลา 1.30 ชั่วโมง ด้วยราคาหลัก “พันบาท” สร้างผลตอบรับอย่างดี มีรายได้มาจุนเจือจ่ายพนักงาน

ทว่า การล็อกดาวน์ล่าสุด ห้ามรวมตัวกันเกิน 5 คน ปิดตาย!การหารายได้จากบริการดังกล่าว เพราะการทานบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่างถึงบ้าน หลายคนจึงจะคุ้มค่า

วาคิว ยากินิกุ มีสาขาไม่มากนัก เช่น สยามพารากอน เอสพลานาด และย่านพระราม 2 เมื่อเจอวิกฤติทำให้บริษัทตัดใจปิด “สาขาสยามพารากอน” ซึ่งเป็นจังหวะที่ศูนย์การค้าปรับปรุงด้วย จากเดิมสาขาดังกล่าวทำเงิน 4-5 ล้านบาทต่อเดือน

ผลกระทบที่เกิดขึ้น บริษัทยังปรับตัวต่อเนื่อง โดยใช้พื้นที่สาขา The Garden คลองเตยและสร้างสรรค์เมนูอาหารจานเดียว เสิร์ฟเดลิเวอรี่ให้กับกลุ่มเป้าหมาย และหารายได้เพื่อดูแลพนักงานเป็นหลัก

“ธุรกิจร้านอาหาร 80-90% รายได้มาจากการนั่งทานในร้าน ส่วนเดลิเวอรี่มีเพียง 10-20% เท่านั้น และไม่ใช่ทุกรายที่ทำเดลิเวอรี่ประสบความสำเร็จ ซึ่งวาคิวฯ หากไม่มีโควิด-19 กระทบ ไม่มีทางทำเดลิเวอรี่ เราไม่จำเป็นต้องพัฒนาโมเดลนี้ เพราะเราคือบุฟเฟ่ต์ ปิ้งย่าง ทำที่บ้านไม่สะดวกเลย ชาบู สุกี้ ยังพอทำที่บ้านได้ แต่ปิ้งย่าง ปรับตัวยากจริงๆ”  


มองแนวโน้มร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ ปิ้งย่างโดยรวมยังได้รับผลกระทบหนัก ยิ่งผู้ประกอบการรายย่อยที่เปิดร้านหมูกะทะราคา 129 บาท 199 บาทต่อคน อยู่ลำบากมาก อาจมีหายไปจากตลาด หากต้องส่งเดลิเวอรี่จะไม่คุ้มค่าส่ง ค่าการตลาดต่างๆ ส่วนการฟื้นตัวกลับมาเร็วหรือไม่ ยังมีตัวแปรกำลังซื้อผู้บริโภคลดลงด้วย

“เมื่อคลายล็อกดาวน์ ธุรกิจร้านอาหารกลับมาเร็ว เพราะผู้บริโภคอั้นมานาน จึงออกมารับประทานอาหารนอกบ้าน อย่างวาคิวฯ สาขาพระราม 2 หลังคลายล็อกดาวน์ ยอดขายทำนิวไฮมาตลอด แต่การล็อกดาวน์เต็มรูปแบบนรอบนี้ ห้ามขายเลย กระทบหนักมาก เพราะธุรกิจทำอะไรไม่ได้เลย จึงไม่เห็นด้วยกับมาตรการล็อกดาวน์”


ธุรกิจร้านอาหารของล็อกซเล่ย์ ถือเป็นพอร์ตโฟลิโอค่อนข้างเล็ก การล็อกดาวน์กระทบยอดขาย แต่ธุรกิจอาหาร สินค้าอุปโภคบริโภคยังมีแนวโน้มขยายตัวดี โดยเฉพาะน้ำมันพืช “กุ๊ก” ยอดขาย 6 เดือน เติบโตเกือบ 100% เพราะรองรับพฤติกรรมการอยู่บ้าน ทำงานที่บ้านมากขึ้น ทำให้บริโภคประกอบอาหารที่บ้าน รวมถึงกะปิ น้ำปลา ผงปรุงรส ยอดขายเติบโตเช่นกัน ขณะที่น้ำมันพืชจำหน่ายขนาด 200 ลิตรหรือน้ำมันปิ๊บ ได้รับผลกระทบ เพราะส่วนใหญ่บริการลูกค้าโรงแรม ร้านอาหาร ซึ่งปิดให้บริการ รวมถึงอุตสาหกรรมอาหารสำเร็จรูปที่ยอดขายลดลง

ส่วนขนมขบเคี้ยว(สแน็ค)ค่อนข้างทรงตัว เนื่องจากส่วนใหญ่จำหน่ายผ่านร้านสะดวกซื้อ เมื่อจำกัดเวลาขายและเป็นช่วงนาทีทอง(ไพรม์ไทม์) จึงกระเทือนยอดขาย อย่างไรก็ตาม ปี 2564 ภาพรวมธุรกิจเทรดดิ้ง คาดว่าจะขยายตัวได้ ไอทีแม้ไม่เติบโต แต่ยังทำกำไร

“ครึ่งปีหลังสินค้าจำเป็น เช่น น้ำมันพืช ข้าว น้ำปลา กะปิ ยาสีฟัน แปรงฟัน ยังมีทิศทางที่ดี เพราะคนไทยต้องกินต้องใช้”

3


นายอนุชา เหล่าขวัญสถิตย์ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานบริหารความเสี่ยง ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ในห้วงเวลาที่ประเทศเผชิญความท้าทายจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ธนาคารไทยพาณิชย์ มิได้หยุดนิ่งที่จะดำเนินธุรกิจตามแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan) ที่มีความยืดหยุ่นและสามารถรักษาประสิทธิภาพในการทำงาน เพื่อส่งมอบประสบการณ์และอำนวยความสะดวกในการให้บริการลูกค้าผ่านมาตรการการบริหารความเสี่ยงในหลายๆ ด้าน อาทิ มาตรการ Work From Home มาตรการการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด มาตรการทบทวนการเปิดสาขาให้เหลือเท่าที่จําเป็น มาตรการป้องกันและลดความเสี่ยงพนักงานที่สาขา เป็นต้น โดยธนาคารไทยพาณิชย์เป็นองค์กรแรกๆ ของประเทศที่ประกาศรูปแบบการทำงานแบบ  Work from Home ทันทีที่เกิดการแพร่ะระบาดของโควิด-19 เพื่อให้พนักงานสามารถรักษาระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) และเป็นวิธีที่จะช่วยลดการแพร่ระบาดของโรคได้อย่างดี ขณะเดียวกันธนาคารได้วางระบบไอทีเพื่อรองรับธุรกรรมดิจิทัล และเพิ่มจำนวนบุคลากรด้านคอลเซ็นเตอร์ เพื่อรองรับเหตุขัดข้องให้แก่ลูกค้า

ผลจากการบริหารความเสี่ยงเชิงรุกในช่วงกว่า 1 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ธนาคารไทยพาณิชย์ได้รับคะแนนเสียงอย่างท่วมท้นจนได้รับ 3 รางวัลบริหารความเสี่ยงด้านการดำเนินงานช่วงโควิดระดับเอเชีย จาก Asian Leadership Awards 2021 ที่จัดขึ้นในระบบออนไลน์ เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา ประกอบด้วย รางวัล Best COVID-19 Solution for Workforce Management  รางวัล Best COVID-19 Remote Monitoring Solution และรางวัล Most Innovative Solution for COVID-19 สะท้อนถึงการบริหารองค์กรภายใต้สภาวะวิกฤตโควิด ให้สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องตามแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ ที่ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพสูง


ทั้งนี้ Asian Leadership Awards 2021 จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อที่เป็นเวทีเปิดเผยศักยภาพของผู้นำในภูมิภาคของเอเชียของแต่ละบริษัท และองค์กรชั้นนำที่สามารถผ่านบททดสอบเพื่อที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงและสร้างความยั่งยืนให้แก่องค์กร ด้วยความมุ่งมั่นในสภาวะเศรษฐกิจที่จะต้องเผชิญหน้ากับเหตุวิกฤตการณ์โควิด-19

“ธนาคารและผู้บริหารธนาคาร มีวิสัยทัศน์ที่เล็งเห็นถึงสถานการณ์โควิดอย่างมีนัยยะสำคัญตั้งแต่ต้นปี 2020 จนถึงปัจจุบัน เป็นระยะเวลาถึง 16 เดือนที่ธนาคารได้ปรับปรุงรูปแบบการทำงานแบบ Work From Anywhere เกือบ 80% พนักงานสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ เพื่อรักษาสุขภาพของบุคลากรซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญของธนาคารให้ปลอดภัยจากสถานการณ์วิกฤต และผลจากการวางโครงสร้างพื้นฐานใหม่ผ่าน Digital Transformation ทำให้ธนาคารสามารถเพิ่มขีดความสามารถของ digital platform ในการให้บริการลูกค้า และตอบโจทย์การสร้างประสบการณ์ลูกค้า (customer experience) อย่างเช่น SCB Easy App เพื่อให้ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมออนไลน์ได้อย่างสะดวกสบายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อรองรับต่อความต้องการที่มีสูงขึ้นของลูกค้าภายใต้สถานการณ์โควิด” นายอนุชา กล่าว

นอกจากนี้ธนาคารยังได้ออกนโยบายการดูแลพนักงาน เช่น SCB Telecare program รวมถึงการใช้สินเชื่อของพนักงาน ตลอดจนการให้ความรู้พนักงานและสร้างความคุ้นเคยในการทำงานออนไลน์ผ่าน MS Teams โดยยังคงประสิทธิภาพในการทำงานได้ เพื่อลดโอกาสเสี่ยงของการติดเชื้อโควิด พนักงานสามารถรับรู้ข่าวสารที่สำคัญต่อตัวพนักงานและครอบครัวได้ทันท่วงทีผ่านการสื่อสารอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยจัดเครื่องมือป้องกันให้พนักงานที่ต้องพบปะลูกค้า และปรับปรุงอุปกรณ์ที่สาขาให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอ การฉีดพ่นฆ่าเชื้อตามอาคารสำนักงานต่างๆ อย่างเข้มข้น เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของกระทรวงสาธารณสุข  

นอกจากนี้ ธนาคารยังได้บริหารจัดการความเสี่ยงตามแนวทางของธนาคารแห่งประเทศไทยด้วยการดูแลลูกค้าทุกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ครั้งนี้ผ่านมาตรการความช่วยเหลือต่างๆ เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจเมื่อสถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้นในอนาคต

4
เปิดสอน !!! คอร์สออนไลน์ สร้างรายได้ง่าย ๆ ผ่านมือถือ

ใครที่ตอนนี้ได้รับผลกระทบจากโควิด ตกงาน ปิดกิจการ รายได้ลดลง มีหนี้สินท่วมตัว เงินไม่พอใช้
จะดีกว่าไหมถ้าวันนี้คุณมีความรู้ออนไลน์ติดตัว

ออนไลน์ ไม่ใช่ทางเลือก แต่คือ “ทางรอด”

คอร์สออนไลน์ 5 วัน 5 วิชา        
- 6 เสาหลักสร้างเพจปัง       
- ยิงแอด facebook ให้ได้ผล        
- แต่งภาพสวยง่าย ๆ จากมือถือ         
- Tik Tok Marketing         
- เปิดร้านบนไอจี Instragram

สอนแบบจับมือทำ ตั้งแต่พื้นฐาน จนเป็นมืออาชีพ
สอนจากประสบการณ์จริง โดยอาจารย์ที่มีรายได้กว่า 100 ล้านบนโลกออนไลน์
สอนสด ๆ ผ่านแอพลิเคชั่น Zoom เรียนได้จากที่บ้าน
มีคลิปทบทวนแถมให้ หลังจากจบคลาส

ปรกติคอร์สนี้ราคา 9,800.-
พิเศษ !!!  เฉพาะช่วงโควิด ปรับโปรช่วยชาติ เหลือเพียง 98 บาท!!!
ย้ำ !!!!  รับจำนวนจำกัด!!!

คลิ๊กเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม
https://drive.google.com/file/d/1ddMbovfpZNSdoQ_UrxSOO3h_0aaEYts8/view?usp=drivesdk

สนใจ สามารถแอดไลน์สอบถามที่ meoy19 หรือลิงค์ไลน์
https://line.me/ti/p/-ql1hWLhMF

หรือโทร 098-378-1371, 098-378-1373

รับประกันความคุ้มค่า ไม่พอใจ ยินดีคืนเงิน !!!!


 

5


นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า  ในการประชุม ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ (ศบศ.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ในวันที่ 22 ก.ค.นี้  ส.อ.ท. และ สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทยจะเสนอ 4 แนวทางช่วยเหลือเอสเอ็มอีเพิ่มเติม แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีการเสนอแนวทางต่อภาครัฐไปแล้วหลายอย่างโดยเฉพาะด้านการเงิน แต่ก็ยังคงเป็นปัญหาอยู่

 ประกอบด้วย 1.เพิ่มสัดส่วนการค้ำประกันความเสียหายผ่านบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมเพิ่มขึ้นเป็น 60% เพื่อให้สถาบันการเงินสามารถให้สินเชื่อกับผู้ประกอบการที่ประสบปัญหาในช่วงนี้ได้มากขึ้น 2. พิจารณาให้ผู้ประกอบการที่เป็นลูกหนี้สถาบันการเงินที่เข้าเกณฑ์ NPL ที่เกิดขึ้นในช่วงโควิดจนถึง 3 ปี นับจากสิ้นสุดช่วงโควิด ไม่มีประวัติข้อมูลที่บ่งบอกถึงประวัติการชำระหนี้หรือสินเชื่อใน Credit Bureau

3.ให้พิจารณาผ่อนคลายเงื่อนไขการปล่อยกู้ตามประกาศ ธนาคารแห่งประเทศไทย ที่เขียนไว้ว่า “ให้สภาพคล่องแก่ผู้ประกอบการที่ยังพอมีศักยภาพ” โดยให้เป็นดุลยพินิจของสถาบันการเงิน ซึ่งการเข้มงวดกับคำว่าศักยภาพที่ยึดโยงกับรายได้ในอนาคตที่ไม่แน่นอนจากสถานการณ์วิกฤติไม่ปกติจะเป็นอุปสรรคลำดับแรก ที่สถาบันการเงินจะยังไม่พิจารณาปล่อยสินเชื่อให้กับกลุ่มผู้ประกอบการที่เป็น NPLs จากผลกระทบของโควิด-19 และ 4. ให้ความช่วยเหลือในเรื่องความจำเป็นเร่งด่วนด้านสาธารณสุข โดยการจัดหา Rapid Test ให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี


นายชนินท์ ว่องกุศลกิจ นายกสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย กล่าวว่า  สมาคมฯร่วมกับตลาดหลักทรัพย์ฯ ดำเนินแนวทางเร่งด่วนในการช่วยเหลือเอสเอ็มอี เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจให้สามารถผ่านพ้นช่วงโควิด โดยขอความร่วมมือจากบริษัทจดทะเบียนที่มีศักยภาพให้ชำระค่าสินค้าและบริการล่วงหน้าบางส่วน ขยายระยะเวลาเรียกเก็บหนี้ ลดระยะเวลาชำระหนี้ และเพิ่มสภาพคล่องให้แก่ลูกจ้างและพนักงาน โดยจ่ายเงินเดือนทุก 15 วัน


ทั้งนี้ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้จัดตั้งกองทุน ส.อ.ท. ช่วยไทยสู้ภัยโควิด-19 เพื่อให้ความช่วยเหลือในเรื่องความจำเป็นเร่งด่วนด้านสาธารณสุข ทั้งการจัดหา Rapid Test ให้กับผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี และประชาชน, สร้างห้องความดันลบ, จัดหาวัคซีนเพิ่มเติมและสภาอุตสาหกรรมฯ ยังจะเข้าไปสนับสนุนโครงการ Rescue Box สำหรับผู้ป่วยโควิดของสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทยเพิ่มเติม โดยจัดหาสิ่งของที่จำเป็นและยาเข้าไปสมทบ หรือการช่วยเหลืออื่นๆ ที่ภาคสาธารณสุขมีความจำเป็น

รวมถึงขอความร่วมมือจากบริษัทจดทะเบียน เพื่อระดมความช่วยเหลือร่วมกับหน่วยงานภาครัฐในการจัดทำ Rescue Box สำหรับผู้ป่วยโควิดที่แยกกักตัวที่บ้านหรือผู้ป่วยโควิดที่แยกกักตัวในชุมชนและให้ภาครัฐเร่งฉีดวัคซีนในกลุ่มธุรกิจเพื่อประคองเศรษฐกิจของประเทศ เช่น ภาคส่งออก ภาคก่อสร้าง และโรงงานต่างๆ 

 

นอกจากนี้ ยังหารือแนวทางความช่วยเหลือเร่งด่วนด้านเศรษฐกิจ อาทิ การผลักดันโครงการ Faster Payment ให้บริษัทที่เข้าร่วมโครงการจะลดระยะเวลา Credit term ให้แก่คู่ค้าของบริษัทโดยเฉพาะกลุ่ม เอสเอ็มอี ในระยะเวลา 30 วันต่อไปจนถึงสิ้นปี และความร่วมมือกันในการจัดทำสินเชื่อ Supply Chain Factoring เพื่อช่วย SMEs โดยจะหารือร่วมกับสถาบันการเงินเพื่อให้เกิดขึ้นให้ได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศด้วยการสนับสนุนสินค้าที่ได้ขึ้นทะเบียน Made in Thailand แล้ว

6


หลายคนคงเห็นตรงกันว่าปัจจุบันคนไทยเล่น "หวย" กันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการซื้อลอตเตอรี่หรือ "สลากกินแบ่งรัฐบาล" ทุกๆ วันที่ 1 และ 16 ของแต่ละเดือน รวมไปถึงการเล่นหวยใต้ดิน ซึ่งบรรดาคนชอบเสี่ยงโชคทั้งหลายก็พยายามตามหา "เลขเด็ด" ด้วยหวังว่าจะถูกหวยและรวยทางลัดง่ายขึ้น 

แต่รู้หรือไม่? การได้เลขเด็ดหรือเลขที่ชอบมาซื้อ "หวย" อาจไม่ได้มาจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างที่คุณคิด เพราะมีผลสำรวจออกมาแล้วว่า ส่วนใหญ่การซื้อหวยแล้วถูกรางวัล มาจากโชคและความบังเอิญของแต่ละคนมากกว่า

นอกจากจะเป็นเรื่องโชคส่วนบุคคลแล้ว การที่ใครสักคนจะมีโอกาส "ถูกหวย" มันมีเรื่องของ "ทฤษฎีความน่าจะเป็น" เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย 

"ถูกหวย" มีความเป็นไปได้น้อยกว่า "เสียหวย"
มีข้อมูลจาก ผศ.อำนาจ วังจีน นักวิชาการด้านคณิตศาสตร์ประยุกต์ สำนักวิชาศึกษาทั่วไป มหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้เคยให้ข้อมูลในบทความวิชาการไว้ว่า คนไทยที่ชอบเสี่ยงโชคด้วยการซื้อ สลากกินแบ่งรัฐบาล มักซื้อโดยไม่มีหลักวิชาการเรื่อง “ทฤษฎีความน่าจะเป็น” ทำให้เสียเงินมากกว่าถูกรางวัล

การตัดสินใจซื้อ "หวย" แต่ละครั้ง นักเสี่ยงดวงมักจะมองที่ผลตอบแทนมากกว่าโอกาสที่เสียเงิน เช่น บางคนชอบเสียเงินซื้อเลขท้าย 3 ตัว บ่อยๆ ด้วยมองว่าได้ผลตอบแทนสูงกว่าซื้อเลขท้าย 2 ตัว ซึ่งในความเป็นจริงแล้วความเสี่ยงของการซื้อเลขท้าย 3 ตัว มีความเสี่ยงสูงที่จะไม่ถูกรางวัล (เล่นหวย 2 ตัว ความเสี่ยงน้อยกว่า 3 ตัวมาก)

นักคณิตศาสตร์อธิบายอีกว่า หลักทฤษฎีความน่าจะเป็น คือ โอกาสเกิดขึ้นของเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง มีค่าอยู่ระหว่าง 0-1 หากใกล้ 0 หมายถึงโอกาสเกิดน้อย แต่ถ้าค่าใกล้ 1 หมายถึงมีโอกาสเกิดสูง การเล่นหวยแต่ละครั้งผลออกมาแค่ “ถูก” กับ “ผิด” เมื่อคิดตามหลักทฤษฎีความน่าจะเป็น คือ 

ผลตอบแทนคาดหวัง = ผลรวมของ (จำนวนเงินที่จะได้รับ x โอกาสถูก) - (จำนวนเงินที่จะเสีย x โอกาสผิด)

อยาก "ถูกหวย" รางวัลที่ 1 มีโอกาสเท่าไหร่?
ผศ.อำนาจ วังจีน ระบุอีกว่า หากนำหลักการของทฤษีความน่าจะเป็น มาคำนวณทำให้ทราบผลว่าโอกาสที่ใครสักคนจะถูกหวยรางวัลที่ 1 จากการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลนั้น มีโอกาสน้อยมาก คิดเป็น 1 ในล้าน!

อีกทั้งมีผลการวิเคราะห์พบว่า สลากกินแบ่งรัฐบาลมีค่าคาดหวังต่อการเล่นต่ำมาก ทุกครั้งที่ซื้อสลากฯ มีโอกาสถูกรางวัลทุกประเภทรวมกัน ไม่ว่าจะเป็นรางวัลที่ 1, 2, 3 หรือเลขท้าย 2-3 ตัวแค่ 0.014 หรือร้อยละ 1.4 เท่านั้น นอกจากนี้หากเปรียบเทียบจาก "ผลตอบแทนความคาดหวัง" หมายถึงถ้าเล่นหวยไปเรื่อยๆ จะเสียเงินสะสมมากขึ้นๆ เช่นกัน 

คนไทยส่วนใหญ่มีความเชื่อผิดๆ ว่า ซื้อเลขเด็ดตัวไหน ถ้าไม่ถูกก็ให้ตามตัวนั้นประจำ แล้วจะมีโอกาสถูกมากกว่าเปลี่ยนตัวเลขไปเรื่อยๆ ซึ่งเป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง เพราะเหมือนการหยิบลูกปิงปองแบบสุ่มแล้วใส่คืนลงไปในกล่อง เมื่อหยิบใหม่ โอกาสได้ลูกเดิมจึงไม่ต่างจากลูกอื่นๆ ไม่ว่าจะหยิบกี่ครั้งก็ตาม

ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า หวย ทุกประเภทจะมีค่าเป็น "ลบ" หมายความว่า เจ้ามือหวยหรือกองสลากฯ จะเป็นฝ่ายได้เปรียบเสมอ 


คนซื้อ "หวย" มีโอกาส "รวย" แค่ไหน?
นอกจากนี้ยังมีข้อมูลจาก ศูนย์ศึกษาปัญหาการ. ที่อธิบายไปในทิศทางเดียวกันว่าการซื้อ "หวย" มักจะทำให้ผู้ซื้อเสียเงินมากกว่าถูกรางวัล โดยระบุว่า หวยรัฐบาลมีเลข 6 หลัก ทุกๆ ชุดจะมีตัวเลขไม่ซ้ำกัน 1,000,000 ตัวเลข จำนวนรางวัลที่มีโอกาสถูกรวมทั้งหมดมี 14,168 รางวัล แปลว่าการซื้อหวยแต่ละครั้งมีโอกาสถูกรางวัลแค่ 1.4168 % เท่านั้น  แต่มีโอกาสเสียเงินสูงถึง 98.5832%

ค่าความคาดหวังที่จะ "รวย" มีวิธีคำนวณดังนี้ ยกตัวอย่างเช่น เลขท้ายสองตัว 00 - 99 = 100 ตัวเลข

โอกาสถูก (เลขเดียว) = 1 ใน 100 หรือ 0.01 

โอกาสไม่ถูกรางวัล = 99 ใน 100 หรือ 0.99

ค่าความคาดหวัง = โอกาสที่จะถูกหรือไม่ถูก X ผลลัพธ์สุดท้าย คือได้เงินหรือเสียเงินเท่าไหร่

ค่าความคาดหวังกรณีถูกรางวัล คือได้เงิน 1,000 บาท = 0.01 x 1,000 

ค่าความคาดหวังกรณีไม่ถูกรางวัล (คำนวณตามราคาหน้าสลาก) คือเสียเงิน 40 บาท = 0.99 x -40 (ตัวเลขนี้สมมติว่าคุณซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ในราคาคู่ละ 80 บาท ตามราคาสลากที่แท้จริง) 

ผลรวมของความคาดหวังที่จะถูกรางวัลเลขท้ายสองตัวคือ (0.01 x 1,000) + (0.99 x -40) = -29.6 บาท แปลว่าค่าเฉลี่ยในการที่คุณจะเสียเงินเสมอจากการซื้อหวยคือ -29.60 หรือพูดง่ายๆ ว่าโดยเฉลี่ยทุกครั้งที่คุณซื้อหวยคุณจะเสียเงินแน่ๆ 29.60 บาท (เป็นค่าเฉลี่ยจากการซื้อหวยหลายๆ ครั้ง)

คนไทยติดหวย ซื้อสลากกินแบ่งฯ มากขึ้นจริงหรือ?
เห็นวิธีการคำนวณข้างต้นแล้ว คงจะเห็นแล้วการซื้อหวยนั้นมีโอกาสเสียเงินมากกว่าได้เงินจริงๆ แต่ก็ยังไม่วายมีคนไทยอีกมากที่ยังคงนิยมซื้อหวยทุกงวด และมีคนเล่นหวยมากขึ้นเรื่อยๆ เรื่องนี้ยืนยันได้จาก ผลสำรวจ “สถานการณ์ พฤติกรรม และผลกระทบการ.ในประเทศไทย ประจำปี 2560” ของ ศูนย์ศึกษาปัญหาการ. ที่เผยแพร่ในปี 2561 ที่ระบุว่า

ประชากรไทยจำนวน 66 ล้านคน อายุ 15 ปีขึ้นไป มี 52 ล้านคน ในจำนวนนี้คาดว่ามีคนไทยเล่นการ. 28.93 ล้านคน มีจำนวนเพิ่มขึ้นจากการสำรวจเมื่อปี 2558 ประมาณ 1.54 ล้านคน กระจายตัวอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ โดยเฉพาะภาคอีสาน พบว่าเล่นการ.มากที่สุด 10.51 ล้านคน รองลงมาเป็นภาคกลาง 5.34 ล้านคน, ภาคเหนือ 4.99 ล้านคน, กรุงเทพฯ และปริมณฑล 4.20 ล้านคน และภาคใต้ 3.89 ล้านคน

อีกทั้งพบว่า นัก.จำนวน 28.93 ล้านคนนั้น หากจำแนกตามเพศ แบ่งเป็นนัก.หญิง 14.61 ล้านคน เปรียบเทียบกับผลการสำรวจปี 2558 เพิ่มขึ้น 1.31 ล้านคน (9.8%) ส่วนนัก.ชายมี 14.32 ล้านคน เพิ่มขึ้น 2.29 แสนคน (1.6%) สรุปในปี 2560


นัก.เพศหญิงมีอัตราการเพิ่มสูงกว่านัก.เพศชายเกือบ 6 เท่า แบ่งเป็นนัก.หน้าเก่าที่เคยเล่นการ.มาก่อน มีจำนวน 28.30 ล้านคน และเป็นนัก.หน้าใหม่ที่ไม่เคยเล่นการ.มาก่อน แต่เพิ่งมาเริ่มเล่นการ.ในปี 60 มี 6.28 แสนคน ในจำนวนนี้แบ่งเป็นนัก.หญิง 3.74 แสนคน นัก.ชาย 2.54 แสนคน

ท้ายที่สุด ไม่ว่าคุณเลือกที่จะเล่นหวยหรือไม่เล่น ก็เป็นสิทธิและความเชื่อส่วนบุคคล เอาเป็นว่าข้อมูลนี้น่าจะช่วยให้คนที่อยากเริ่มเล่นหวยได้หยุดคิดไตร่ตรองสักนิด ก่อนจะกระโดดลงสนามแห่งการเสี่ยงโชค ว่ามันคุ้มค่ากับการลงทุนจริงหรือไม่

7
เติมคอยส์ COINS เติมเงิน Kitty Live, Mico เติมเพชร Kitty Live, Mico

"ได้เยอะกว่าเติมผ่านแอป"
พร้อมรับสมัครวีเจ มีเงินเดือน+ค่าของขวัญ 





111Topup เปิดบริการ เติมคอยส์ เติม COINS เติมเพชร เติมรูบี้ วิธีการเติมเงิน เติมคอยส์ MICO, KittyLive เติม COINS เติมเพชรง่ายนิดเดียว เพียงแค่โอนเงินผ่านเลชบัญชีธนาคารของเรา แจ้งโอน พร้อมบอกเลขไอดี รอรับคอยส์ไม่เกิน 30 วินาที การันตีได้คอยส์ชัวร์ แถมเยอะกว่าเติมผ่านในแอป ไม่โกง ไม่หลอก แน่นอน โดยมีการเติมเงินแบบ 2 ช่องทางหลักคือ

1. เติมคอยส์ MICO, KittyLive  เติมผ่านระบบธนาคาร ATM,ฝากเงินผ่านตู้, Mobile Banking ,ผ่านเว็บไซด์ธนาคาร


2. เติมคอยส์ MICO, KittyLive  เติมเงินผ่านบัตรเติมเงิน ทรูมันนี่ 


111Topup รีบแอดไลน์เพื่อรับโปรโมชั่น แถมคอยส์เพิ่มขึ้น
เติมคอยส์ MICO, KittyLive




Add Line : @111Topup


วิธีการเติมเงิน Kitty Live, Mico คอยส์ COINS เพชร


1.     แอดไลน์ @111Topup (มี @ ด้วยนะคะ) เติมคอยส์ MICO, KittyLive 


2.     โอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร ตามที่ระบุไว้ หรือ ถ้าเติมผ่านบัตรทรูมันนี่ ให้ส่งหลักฐานบัตรมาที่ไลน์แอด @111Topup


3.     แจ้งเลขไอดี แอฟ Kitty Live, Mico ในไลน์


4.     เมื่อทีมงานรับเรื่องแล้วไม่เกิน 30 วินาทีคุณจะได้รับคอยส์ (COINS) ใน แอฟ Kitty Live, Mico


5.     เติมคอยส์ MICO, KittyLive  เปิดบริการเติมเงินทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 - 02.00 น. (8โมงเช้า-ตี2 ทุกวัน)


 


 


รับสมัครวีเจ ไลฟ์ มีเงินเดือน + ค่าของขวัญ เงินเดือนขั้นต่ำ 6000 บาท 


 


สมัครวีเจ เข้า สังกัด 111 ทำงาน ขั้นต่ำ 20 วัน 30 ชั่วโมงต่อเดือน ทำงานที่บ้านไลฟ์ ออนไลน์ผ่านมือถือ 


มีการันตีเงินเดือน 6000-10000 บาท สำหรับวีเจใหม่ มีเทรนด์งานก่อนขึ้น ไลฟ์ดี ตั้งใจไลฟ์ สังกัดพร้อมซัพพอร์ต ในการหายูสให้แน่นอน รายได้หลักหมื่น - ถึงแสน บาทต่อเดือน


** วีเจที่เคยไลฟ์ BIGO VIBIE YAYA MCAT MLIVE มีการันตีพิเศษ คลิ๊กเลย


สนใจสมัครวีเจ คลิ๊กเลย  https://lin.ee/0apXPWf


 

8
111-จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง 111  ตัวแทนจำหน่าย ล็อตเตอรี่ออนไลน์ รายใหญ่ของ มังกรฟ้าล็อตเตอรี่ออนไลน์  ปรับเปลี่ยนรูปแบบการซื้อล็อตเตอรี่แบบใหม่  ยุค new normal




ไม่ต้องไปหน้าแผง ไม่ต้องเสียเวลาก้มหาเลข ไม่ต้องไปลุ้นว่าจะมีเลขที่อยากได้มั้ย แค่แอดไลน์ หาเรา บอกเลขที่ต้องการ เลขเด็ด เลขดัง แจ้งโอนเงิน จะได้รับ SMS ยืนยัน




ถ้าถูกรางวัลสามารถขึ้นเงินได้จริง ได้รับเงินจริงไม่เกิน 24 ชม โดยปกติใช้เวลาเพียง 3 ชั่วโมงหลังผลสลากกินแบ่งรัฐบาลออกเท่านั้น 

ขั้นตอนการซื้อ ล็อตเตอรี่ออนไลน์ กับเรานั้น ง่ายๆ มาก มี 2 แบบให้เลือกแล้วแต่สะดวก

1. แอดไลน์ @111-จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง หรือคลิกทีนี่ เพื่อ คุยกับแอดมินโดยตรงและทำการสั่งซื้อและโอนเงินผ่านไลน์ มีเจ้าหน้าที่แนะนำทุกขั้นตอน 

111-จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง รีบแอดไลน์เพื่อเลือกเลขรางวัลก่อนใคร

Add Line : @111-จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง





2. สั่งซื้อผ่านระบบ 111-จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง ล็อตเตอรี่ของของมังกรฟ้าล็อตเตอรี่ออนไลน์ ด้วยตัวเอง จะทำที่ไหน เมื่อไหร่ เวลาไหนก็ได้ Add Line : @111-จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง


 


 

9


สศช.ชงครม.เพิ่ม "เยียวยา" อีก 3 จังหวัดสีแดงเข้มตามประกาศ ศบค.ชลบุรี อยุธยา ฉะเชิงเทรา “สุชาติ” เผยเป็นพื้นที่เศรษฐกิจมีแรงงาน ม.33 มากกว่า 1 ล้านคน

การระบาดของโรคโควิด-19 ที่รุนแรงขึ้นเสี่ยงเกิดภาวะวิกฤตระบบสาธารณสุข ซึ่งทำให้มัการยกระดับความเข้มข้นของการล็อกดาวน์ และเพิ่มพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) เป็น 13 จังหวัด คือ กรุงเทพมหานคร นครปฐม นราธิวาส นนทบุรี ปทุมธานี ปัตตานี ยะลา สมุทรปราการ สมุทรสาคร สงขลา ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และพระนครศรีอยุธยา มีผลตั้งแต่วันที่ 20 ก.ค.2564

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 20 ก.ค.2564 สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จะเสนอมาตรการบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน กลุ่มแรงงาน และผู้ประกอบการอันเนื่องมาจากข้อกำหนดตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 28) สาระสำคัญจะปรับปรุงมาตรการการเยียวยาและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการยกระดับมาตรการควบคุมสถานการณ์โควิดที่เพิ่มพื้นที่ควบคุมสูงสุดจาก 10 เป็น 13 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี พระนครศรีอยุธยา ฉะเชิงเทรา

แหล่งข่าว กล่าวว่า การทำให้ต้องมีการขยายขอบเขตการให้ความช่วยเหลือแรงงานทั้งในและนอกระบบประกันสังคมในพื้นที่ดังกล่าวจากเดิมที่ ครม.เคยอนุมัติไว้แล้วเมื่อวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งอนุมัติการจ่ายเงินเยียวยาแรงงาน 9 กลุ่มธุรกิจ วงเงิน 30,000 ล้านบาท ในขณะที่การช่วยลดค่าครองชีพค่าน้ำค่าไฟฟ้าวงเงิน 12,000 ล้านบาท เป็นการช่วยเหลือทั้งประเทศอยู่แล้ว

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า กระทรวงแรงงาน ส่งข้อมูลแรงงานใน 3 จังหวัดที่ประกาศเพิ่มเติมให้ สศช.แล้ว ซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจมีแรงงานทั้งในและนอกระบบมาก โดยเฉพาะแรงงานในระบบประกันสังคมตาม ม.33 รวม 1 ล้านคน โดยชลบุรีมากที่สุด 7 แสนคน รองลงมาพระนครศรีอยุธยาและฉะเชิงเทรา รวมกันมากกว่า 3 แสนคน 

"การดูแลแรงงานพื้นที่นี้จะทำตามมติ ครม.ซึ่ง สศช.จะนำเสนอ ซึ่งคงไม่ต่างจาก 10 จังหวัด ที่ประกาศเป็นพื้นที่สีแดงเข้มก่อนหน้านี้ และ 9 กลุ่มอาชีพกิจการต้องได้รับการเยียวยาเหมือนกัน โดยส่งข้อมูลแรงงานไปแล้วเชื่อว่าการเยียวยาคงไม่ตกหล่น”นายสุชาติ กล่าว 


สำหรับมาตรการเยียวยาใน 3 จังหวัด จะมีรูปแบบที่ ครม.อนุมัติ คือ การเยียวยาแรงงานในระบบประกันสังคมและนอกระบบ โดยในระบบประกันสังคมแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

1.กลุ่มแรงงาน ม.33 ในกิจการ 9 หมวด รัฐจะจ่ายเงินเยียวยาให้ 50% ของรายได้ (สูงสุดไม่เกิน 7,500 บาท) และจ่ายสมทบให้ลูกจ้างสัญชาติไทยอีก 2,500 บาทต่อคน รวมแล้วได้สูงสุดไม่เกิน10,000 บาท

2.ผู้ประกอบการหรือนายจ้างตามหลักการให้ความช่วยเหลือ ได้รับความช่วยเหลือตามจำนวนลูกจ้างสูงสุดไม่เกิน 200 คน อัตรา 3,000 บาทต่อคน จำนวน 1 เดือน

3.ผู้ประกันตนตาม ม.39 และ ม.40 สัญชาติไทยที่ยังประกอบอาชีพจะได้รับความช่วยเหลือ 5,000 บาท จำนวน 1 เดือน ผู้ประกอบอาชีพอิสระที่ไม่เป็นผู้ประกันตน ม.33 ม.39 และ ม.40 สัญชาติไทย ที่ยังประกอบอาชีพให้เตรียมหลักฐานลงทะเบียนเป็นผู้ประกันตน ม. 40 ภายในเดือน ก.ค.นี้ เพื่อรับความช่วยเหลือ 5,000 บาท จำนวน 1 เดือน

10
Market / 'เดลตา' ทุบ 'ดาวโจนส์' ทรุดหนัก 725 จุด
« เมื่อ: กรกฎาคม 20, 2021, 06:20:20 PM »


ดัชนีดาวโจนส์ ปิดวันจันทร์ (19ก.ค.)ดิ่งลง 725 จุด ถือเป็นการปรับตัวลงมากที่สุดนับตั้งแต่ต้นปีนี้ ขณะที่นักลงทุนกังวลว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา จะส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวลง 725.81 จุด หรือ 2.09% ปิเที่ 33,962.04 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ร่วง 68.67 จุด หรือ 1.59% ปิดที่ 4,258.49 จุดและดัชนีแนสแด็ก ลบ 152.25 จุด หรือ 1.06% ปิดที่ 14,274.98 จุด

ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการเปิดเศรษฐกิจ เช่น กลุ่มธุรกิจเรือสำราญ และกลุ่มสายการบิน ต่างดิ่งลงในการซื้อขายวันนี้ ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลงเช่นกันตามราคาน้ำมันที่ทรุดตัวลง หลังจากที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส มีมติปรับเพิ่มกำลังการผลิต

หุ้นกลุ่มธนาคารดิ่งลง หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีร่วงหลุดระดับ 1.20% แตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 เดือนในวันนี้ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐ (ซีดีซี) แถลงว่า จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้พุ่งขึ้นในสหรัฐ ท่ามกลางการแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์เดลตา โดยสหรัฐมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เฉลี่ย 30,000 รายต่อวันในช่วง 7 วันที่ผ่านมา สูงกว่าค่าเฉลี่ย 11,000 รายต่อวันในเดือนมิ.ย.

นอกจากนี้ นักลงทุนยังวิตกว่า การที่รัฐบาลอังกฤษตัดสินใจผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในวันนี้ จะยิ่งทำให้สถานการณ์การแพร่ระบาดมีความรุนแรงมากขึ้น


ขณะนี้ อังกฤษมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 กว่า 5.4 ล้านราย โดยจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่พุ่งขึ้นมากกว่า 50,000 รายต่อวันในสัปดาห์ที่แล้ว หลังจากที่อังกฤษเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศศึกฟุต.ยูโร 2020 เมื่อวันที่ 11 ก.ค. ซึ่งเป็นไปตามที่องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) เตือนไว้ก่อนหน้านี้จากการที่อังกฤษไม่ได้ใช้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในการจัดการแข่งขันดังกล่าว

“หุ้นมีราคาแพงเกินไปเมื่อพิจารณาถึงผลประกอบการในอนาคต และตลาดก็ยังคงเผชิญปัญหาต่างๆ ทำให้นี่เป็นตลาดที่อันตรายมาก ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรดิ่งลงอย่างมากในขณะนี้” นายไทซ์ กล่าว

นอกจากนี้ นายไทซ์ยังเตือนนักลงทุนเกี่ยวกับหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งรวมถึงเฟซบุ๊ค แอ๊ปเปิ้ล อเมซอน เน็ตฟลิกซ์ และอัลฟาเบท หลังจากที่ได้ดีดตัวขึ้นอย่างมากก่อนหน้านี้

นายไทซ์ระบุว่า การทรุดตัวของตลาดเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และเป็นเรื่องยากที่จะคาดการณ์กำหนดเวลาที่จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว

11
สำนักงานบัญชี  รับทำบัญชี  รับตรวจสอบบัญชี  จดทะเบียนบริษัท

สำนักงานบัญชี เอทีเอส บริการบัญชีและภาษี
1158/14  ซอยจันทน์ 37/1  ถนนจันทน์  แขวงทุ่งวัดดอน  เขตสาทร  กรุงเทพฯ 
สนใจติดต่อคุณสมบูรณ์ 089-793-5707 , 02-212-3064
Email : ats_audit@hotmail.com

ให้บริการพื้นที่ดังนี้  บางคอแหลม , ยานนาวา , พระราม 1 , พระราม 3 , พระราม 4 , สาทร , บางรัก , ทุ่งมหาเมฆ , เพลินจิต , ชิดลม , ปทุมวัน และพื้นที่อื่นที่ใกล้เคียง

แบบรายเดือนราคาเริ่มต้นเดือนละ 3,000 บาท
แบบรายปีราคาเริ่มต้นเดือนละ 1,500 บาท
•   บริการจัดทำแบบภาษีและยื่นภาษี
o   ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30)  พร้อมรายงานภาษีซื้อ  และภาษีขาย
o   ภาษีหัก ณ ที่จ่าย – เงินเดือน (ภ.ง.ด.1) และ (ภ.ง.ด.1 ก)
o   ภาษีหัก ณ ที่จ่าย – สำหรับนิติบุคคล (ภ.ง.ด.3) และ (ภ.ง.ด.53)
o   ภาษีเงินได้นิติบุคคลกลางปี (ภ.ง.ด.51)
o   ภาษีเงินได้นิติบุคคลปลายปี (ภ.ง.ด.50)
o   จัดทำแบบประกันสังคม (สปส.1-10)

ตรวจสอบบัญชีของบริษัทจำกัด  และห้างหุ้นส่วนจำกัด  (ราคาเริ่มต้นที่ 5,000 บาท/ปี)
•   ตรวจสอบบัญชีโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต
•   บริการจัดทำงบการเงินและแบบภาษีภ.ง.ด.50  ส.บช.3  และ บอจ.5
•   นำส่งงบการเงินเข้ากระทรวงพาณิชย์และสรรพากร

จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท  (ราคาเริ่มต้นที่ 10,000 บาท)

สำนักงานบัญชี , รับทำบัญชีถนนจันทน์ , รับทำบัญชีบางคอแหลม , รับทำบัญชียานนาวา , รับทำบัญชีพระราม 3 , รับทำบัญชีสาทร , รับทำบัญชีบางรัก ,รับทำบัญชีทุ่งมหาเมฆ , รับทำบัญชีสีลม , รับทำบัญชีศาลาแดง , รับทำบัญชีพระราม1 , รับทำบัญชีสยาม , รับทำบัญชีเพลินจิต , รับทำบัญชีชิดลม , รับทำบัญชีปทุมวัน , รับทำบัญชีเซ็นหลุยส์ , รับทำบัญชีสาธุประดิษฐ์ , รับทำบัญชี , รับทำบัญชีรายเดือน , รับทำบัญชีรายปี , ตรวจสอบบัญชี , ตรวจสอบบัญชีบริษัทจำกัด , ตรวจสอบบัญชีห้างหุ้นส่วนจำกัด

12
5 วัน 5 คอร์ส เรียนออนไลน์ พื้นฐานสู่มือาชีพ

ประกาศๆ แจ้งให้ทราบ ถ้าคุณเป็นแบบนี้อยู่
ไม่มีประสบการณ์เลย
วิกฤตธุรกิจไปต่อไม่ได้
อายุเยอะแล้วกลัวเรียนไม่ทัน
อยากขายออนไลน์เป็น แต่ไม่มีคนสอน
เอาความรู้ไปต่อยอด

>>> 97 บาท <<<
ตอบโจทย์ที่สุดแล้ว ตอนนี้!!!
เพราะเราออกแบบคอร์สนี้
มาให้สำหรับท่านแล้ว
____________________________
5 วัน 5 วิชา
ที่สามารถพาคุณไปเจอกับโลกใบใหม่
เรียนผ่านมือถือเครื่องเดียว
วัยไหนก็เรียนได้
ปรึกษาได้ตลอด
ดูแลอย่างใกล้ชิด
วันที่ 1 การปรับหน้าโปรไฟล์
วันที่ 2 การสร้างวีดีโอ / รูปให้ดูน่าสนใจ
วันที่ 3 การสร้าง Content
วันที่ 4 การสร้างเพจมืออาชีพ
วันที่ 5 สอนยิงตรงกลุ่ม ยิงถูก ปิดยอดเก่ง
พร้อมวิธีหากลุ่มเป้าหมายแบบตรงเป๊ะ
.
เรียนจบครบทั้ง 5 วัน รับวุฒิบัตรได้ด้วย
ทั้งหมดนี้
เราเก็บค่าคอร์สกับคุณเพียง 97 บาท
ย้ำ!!คุณดูไม่ผิดหรอก 97 บาท
จากราคาปกติ 7,990 บาท
.
จำนวนจำกัด
สิทธิ์ 97 เฉพาะ 100 ท่าน
.
ขอท่านที่สนใจเรียนจริงๆ
เพราะเราก็ตั้งใจสอนให้ท่านจริงๆเช่นกัน
 
ติดต่อ line id คลิก : teerapat999
ติดต่อ facebook คลิก https://www.facebook.com/teerapat992018
รายละเอียดเพิ่มเติม https://teerapat99.iconsalepage.com/

13


ลูกโป่งปาร์ตี้ ได้กลายเป็นไอเท็มสำคัญในงานต่างๆ หลายต่อหลายงาน เป็นตัวช่วยสร้างบรรยากาศภายในงานให้สวยงามและสื่อความหมายถึงความรื่นเริง สนุกสนาน ทำให้ลูกโป่งปาร์ตี้กลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในงานเลี้ยงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานวันเกิด งานรับปริญญา งานปีใหม่ หรือแม้แต่งานแต่งงานบางงาน ก็ยังใช้ลูกโป่งเป็นส่วนหนึ่งในการประดับประดา และลูกโป่งปาร์ตี้ก็มีอยู่หลากหลายดีไซน์ด้วยกัน ทำให้ไอเดียการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ต่างๆ มีหลากหลาย

ไอเดียการใช้ลูกโป่งปาร์ตี้

ลูกโป่งพยัญชนะ เป็นอีกหนึ่งไอเท็มยอดฮิตก็คือลูกโป่งที่เป็นรูปร่างตัวพยัญชนะต่างๆ ตั้งแต่ A-Z ใช้ตกแต่งบริเวณหน้างานเรียงรายเป็นชื่องาน เช่น Happy new year, Happy birth day เป็นต้น ลูกโป่งสกรีนข้อความ นอกจากใช้ลูกโป่งพยัญชนะแล้ว การสกรีนข้อความบนลูกโป่งก็เป็นอีกหนึ่งไอเดีย วิธีนี้ยังสามารถสั่งทำข้อความได้ตามใจ ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทย หรือภาษาอื่นๆ ลูกโป่งใส ร้านลูกโป่งเชียงใหม่ เป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่นิยมในการนำไปตกแต่งส่วนต่างๆ บางครั้งมีการบรรจุลูกโป่งขนาดเล็กกว่าลงไปในลูกโป่งใส หรือบางครั้งก็มีการบรรจุวัสดุอื่นๆ เพื่อเพิ่มสีสันให้สวยงาม
ลูกโป่งฟอยล์ เป็นอีกหนึ่งไอเท็มกับลูกโป่งฟอยล์ สีสันต่างๆ ที่มีความมันวาวประกายมุก ออกแบบเป็นรูปร่างต่างๆ ทั้งทรงกลม หัวใจ พยัญชนะ และอื่นๆ


วิธีการเลือกลูกโป่งปาร์ตี้ให้ปลอดภัย

ลูกโป่งมีทั้งแบบลอยไม่ได้และลอยได้ หากพูดเรื่องความปลอดภัยของลูกโป่ง ลูกโป่งที่ลอยไม่ได้จะไม่มีอันตรายใดๆ เพราะเป็นการอัดลมธรรมดาเข้าไป เพื่อให้ลูกโป่งมีลักษณะโป่งพองออกมาเป็นลูก แต่ลูกโป่งที่ลอยได้นั้นเป็นการอัดก๊าซเข้าไปโดยก๊าซนั้นมีมวลที่เบากว่าอากาศภายนอกของลูกโป่ง ทำให้ลูกโป่งลอยได้ และก๊าซที่อัดเข้าไปในลูกโป่งนี้เองที่อาจเป็นอันตราย โดยก๊าซที่ใช้สำหรับลูกโป่งนั้นมี 2 ชนิด ได้แก่ ไฮโดรเจนและฮีเลียม

ก๊าซไฮโดรเจน เป็นก๊าซไวไฟที่สามารถติดไฟได้ เพียงแค่มีประกายไฟอยู่ใกล้ๆ ทำให้เกิดเพลิงไหม้ได้ ยิ่งในกรณีที่ลูกโป่งก๊าซไฮโดรเจนหลายๆ ลูกอยู่รวมกัน หากมีลูกใดลูกหนึ่งติดไฟจะยิ่งอันตราย เพราะทำให้เพลิงไหม้ลุกลามได้ หรือในบางกรณีหากลูกโป่งก๊าซไฮโดรเจนอยู่ในมือใครเกิดระเบิดขึ้นมา ก็อาจทำให้บาดเจ็บรุนแรงได้ จึงควรหลีกเลี่ยงลูกโป่งที่อัดก๊าซชนิดนี้
ก๊าซฮีเลียม เป็นอีกหนึ่งชนิดที่นิยมใช้อัดเข้าไปในลูกโป่ง โดยก๊าซฮีเลียมเป็นก๊าซที่ไม่ไวไฟ แตกต่างจากไฮโดรเจนค่อนข้างมาก อีกทั้งยังมีความเฉื่อยต่อการเกิดปฏิกิริยา ทำให้มีความปลอดภัยสูง และเป็นที่นิยมมากในการนำมาอัดลูกโป่งปาร์ตี้ แต่มักจะมีราคาที่สูง

กว่าลูกโป่งก๊าซไฮโดรเจน ถึงอย่างนั้นถ้าหากพูดถึงเรื่องความปลอดภัย ลูกโป่งก๊าซฮีเลียมก็ยังคุ้มค่ากว่ามาก
ถือเป็นไอเท็มที่เหมาะสำหรับการตกแต่งงานเลี้ยงต่างๆ อย่างมาก เต็มไปด้วยดีไซน์ที่หลากหลาย มีความเหมาะสมสำหรับการจัดงานเลี้ยงต่างๆ ส่วนมากมักมีการผสมผสานกัน ลูกโป่งวันเกิด โดยใช้หลายๆ แบบเพื่อตกแต่งในงานเลี้ยงหนึ่งงาน นอกจากดีไซน์แล้วอีกหนึ่งเรื่องที่ต้องคำนึงถึงก็คือความปลอดภัย ไม่ควรใช้ก๊าซไฮโดรเจน แต่ควรใช้ก๊าซฮีเลียมจะปลอดภัยกว่ามาก


https://www.balloonbear.co

14
น้ำมันว่านเครือเขาหลง ใส่ตะกรุดนะมหานิยม ทุกขวด

สายพุทธคุณ คุณพระ คุณว่าน ไม่เข้าตัว ไม่มีข้อห้าม ใช้ด้วยศรัทธา สำเร็จทุกราย
เครือเขาหลงจัดอยู่ในของขลังธรรมชาติ เป็นของเสน่ห์ ของเสน่ห์แรงๆ หมอเสน่ห์เขมร หมอเสน่ห์ไทยนิยมใช้กันมาก และจัดได้ว่าเป็นของเสน่ห์ที่แรงที่สุด
 
คุณของน้ำมัน
เพิ่มเสน่ห์ เพิ่มเมตตา นำพาโชคลาภ เรียกจิต เรียกใจ ประสานสัมพันธ์ ค้าขายร่ำรวย

คาถามหาหลง
โอม หลง หลง มหาหลง สารพัดที่จะหลง หลงทั้งต้น หลงทั้งกิ่ง หลงทั้งก้าน หลงทั้งราก หลงทั้งใบ หลงทั้งดอก คนเห็นน้ำตาตก นกเห็นน้ำตาไหล ไผผู้ใดเห็นหน้ากู อยู่มิได้ร้องไห้หากู หลงทั้งหน้า หลงทั้งหลัง หลงทั้งซ้าย หลงทั้งขวา หลงทั้งต่ำ หลงทั้งสูง หลงทั้งกลางวัน หลงทั้งกลางคืน หลงทั้ง
 
วิธีใช้
เพิ่มเสน่ห์ เมตตา โชคลาภ ค้าขาย ประสานสัมพันธ์ สวดคาถาแล้วนำน้ำมันว่านแตะที่หน้าผาก นึกถึงสิ่งที่ต้องการด้วยใจมุ่งมั่น แน่วแน่ศรัทธา เป็นไปดังว่า สมปรารถนา
 
เรียกจิต เรียกใจ ให้ท่องคาถา ใช้แต้มแตะทา ลงบนวัตถุ รูปภาพหามา ของคนต้องการ เพ่งพลังจิต ลงไปแน่วแน่ ให้เกิดเป็นภาพ เคียงคู่กายา ทำได้ดังนี้นั้นหนา บอกคำว่า ได้ตามนั้นเลย

รายละเอียดเพิ่มเติม http://porntaywa99.lnwshop.com/p/12

หรือ  https://www.lazada.co.th/products/-i1863368460-s5737984707.html?spm=a2o4m.searchlist.list.1.74a1133dVZ1MWn&search=1&freeshipping=1

15


ในวันที่(17 ก.ค. 2564) คนไทยติดไวรัสโควิดหลักหมื่น คนมากมายแทบจะมองไม่เห็นอนาคตประเทศไทย ดูอึมครึม น่าหวั่นไหว และไม่รู้ว่าจะเดินต่ออย่างไร

ผู้นำทางความคิดที่ขับเคลื่อนนโยบายด้วย Big Data เฉกเช่น ดร.ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์ คิดเห็นอย่างไร 

หาคำตอบได้จากนักเศรษฐศาสตร์รุ่นใหม่ ที่เป็นนักกลยุทธ์ด้านข้อมูล กรรมการผู้จัดการบริษัท Siametrics ให้คำปรึกษาองค์กรระดับชาติ โดยใช้ข้อมูลแก้ปัญหานโยบายสาธารณะ และยังเป็นกรรมการผู้จัดการ สถาบันอนาคตไทยศึกษา (Thailand Future )

ล่าสุด​ข้อมูลและการวิเคราะห์เรื่องทรัพยากรสาธารณสุขที่ทีมงานเขาทำให้กรมควบคุมโรค หลายเรื่องไม่ถูกนำไปใช้ จนทีมงานแอบน้อยใจ ณภัทร บอกว่า ต่อไปจะทำข้อมูลกระจายไปถึงประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเลย

"ที่ผมเป็นห่วงคือ จังหวัดในภาคใต้ ถ้าเอาจำนวนหมอ จำนวนอุปกรณ์การแพทย์มาเทียบกับจำนวนผู้ติดเชื้อ น่ากลัวมาก ถ้ามาเลเซีย อินโดนีเซีย พม่า ติดเชื้อเยอะ แล้วหลั่งไหลเข้ามา คงไม่ไหว จะกลายเป็นความเจ็บแบบลึก" 

“ถ้าถามผม ตอนนี้ใกล้จุดที่กู่ไม่กลับ แม้กระทั่งขั้นต่ำเรื่องความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน รัฐก็ยังตอบสนองไม่ได้ ประชาชนลำบากมาก ผมกลัวว่าต่อไปจะเกิดการจราจลหรืออะไรบางอย่าง ...” ณภัทร เล่า และหลายเรื่องเกี่ยวกับชีวิตคนไทยและชีวิตเขา โดยเฉพาะการบริหารของรัฐบาล 

ก่อนหน้านี้คุณเคยบอกว่า คิดผิดที่กลับมาอยู่เมืองไทย ?

สองปีที่แล้ว เป็นช่วงที่หายใจไม่ค่อยออก เนื่องจากสภาวะอากาศเป็นพิษ ผมพูดแบบนั้นเพราะรู้สึกว่า ลูกไม่มีทางเลือก ไม่ได้หมายความว่าลูกไม่มีอนาคตที่ดีในเมืองไทย เราเป็นพ่อก็อยากทำให้ดี 

ผมมีคำถามว่า บางอย่างน่าจะดีกว่านี้ได้ ด้วยศักยภาพทรัพยากรในเมืองไทย ทำให้ดีกว่านี้ได้

คุณบอกว่า"ศักยภาพของทรัพยากรในเมืองไทย สามารถทำให้คุณภาพชีวิตคนไทยดีขึ้น"แต่ที่ผ่านไม่เคยเป็นแบบนั้นเลย ?

ผมมองว่าเป็นเรื่องกระบวนการ 1. กระบวนการการเมือง 2. กระบวนการใช้สอยทรัพยากรในประเทศ 

สมมติว่า ผมเป็นข้าราชการไฟแรง อยากเข้าไปทำประโยชน์ แต่โครงสร้างเก่าๆ ที่ตกทอดมา ถ้าอยากจะจัดสรรทรัพยากรดีๆ หรือโครงการดีๆ มันทำลำบาก ผมคิดว่านี่คือต้นตอ

ประเทศไทยไม่ได้ถูกจัดลำดับเศรษฐกิจอันดับท้ายๆ แม้จะมีข่าวว่าเศรษฐกิจไม่เติบโต แต่ยังเป็นเศรษฐกิจที่ค่อนข้างใหญ่มากในโลก ทรัพยากรมีอยู่แล้วแต่มีข้อจำกัดการดำเนินนโยบาย ทั้งๆ ที่แก้ไขได้

แนวทางในการแก้ปัญหา ต้องทำอย่างไร

ผมลองประมวลปัญหาต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้น พบว่า หลายครั้งมีปัญหาคอขวดที่กระบวนการ

กระบวนการที่ผมคิดว่า น่าจะเป็นทางออก ข้อ1. ต้องเชื่อมห้องที่คิดและทำนโยบายกับคนจำนวนมาก เพราะนโยบายกระทบคนจำนวนมาก และคนหลากหลาย ทั้งเอกชน ภาคประชาชน บางทีก็กระทบกับภาครัฐด้วยเหมือนกัน 

ต้องเปิดห้องนี้รับฟัง Pain Point (ปัญหาที่เกิดจากสาเหตุบางอย่าง)พอทำตรงนี้แล้ว ข้อ2. ในเมื่อมีความหลากหลายของชีวิตและความต้องการ บางทีปัญหาเดียวกัน แต่กระทบคนไม่เท่ากัน 

ผมคิดว่าการรวมศูนย์อำนาจ มันไม่ตอบโจทย์การแก้ปัญหาหรือการพัฒนาในเชิงการแก้ปัญหาและการวัดผลว่า ประเทศเราก้าวหน้าหรือเปล่า ยากมาก แม้จะมีดรีมทีมก็ยากเกินกว่าคนหยิบมือหนึ่งจะคิดได้หมด 

แม้จะช่วยคิดได้ ประมวลข้อมูลได้ แต่ไม่เท่าขยายอำนาจการตัดสินใจ ไม่ใช่แค่อำนาจการตัดสินใจของบ บางคนอาจคิดว่ากระจายอำนาจแล้วก็จบ

ในปัจจุบันมีวิธีวัดผลนโยบายให้เป็นวิทยาศาสตร์มากขึ้น ถ้ามีตรงนี้เราก็จะรู้ว่า เรากำลังทำให้ประเทศไปข้างหน้าจริงหรือเปล่า เราควรมีแนวคิดที่วัดได้ว่า เมื่อรัฐทำโครงการนี้แล้ว ชีวิตคนดีขึ้นอย่างไร แต่ที่ทำมายังไม่ใกล้แนวคิดนี้เลย

ยกตัวอย่างกรณีศึกษาสักเรื่องได้ไหม

ผมขอยกตัวอย่าง การเข้าถึงแหล่งเงินทุน ความต้องการแต่ละคนไม่เท่ากัน บางคนมีความรู้การลงทุนเยอะ มีความรู้ความชอบในสินทรัพย์บางอย่าง แต่บางคนไม่คิดว่าการลงทุนในตลาดหุ้นเป็นสิ่งที่ดี และรับรู้ความเสี่ยงการตอบแทนของมันไม่เหมือนคนอีกกลุ่ม 

ดังนั้นเวลาออกนโยบายจากส่วนกลาง ก็ไม่มีทางที่จะกระทบจิตใจของคนส่วนมากที่ไม่ชอบหุ้นหรือกลัว แล้วเราก็เออออกันเองว่า พวกเขาไม่มีความรู้ทางการเงิน

ถ้าเราทำแบบทดสอบว่า คุณรู้จักเงินเฟ้อ หรือดอกเบี้ยทบต้นไหม ถ้าไม่อินตั้งแต่แรก ไม่ว่าจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจ พวกเขาก็จะตอบว่า ไม่รู้ 

แต่ถ้าเข้าใจเรื่องการกระจายความเสี่ยงทางการเงิน ก็น่าจะเข้าใจตรงนี้อยู่บ้าง เป็นเพราะเราไม่เปิดกว้างกับความหลากหลายชีวิต นี่คือ เรื่องแรกที่ขอยกตัวอย่างในเรื่องการเชื่อมโยงกับคนส่วนใหญ่


ถ้าอยากให้ประชาชน(บางส่วน)เข้าใจและเข้าถึงแหล่งเงินทุนต้องทำอย่างไร

อย่างแรกที่ต้องทำ คือ ต้องเชื่อมกับเขา ให้เขารู้ว่า ผู้คนเข้าถึงเงินทุนไม่ได้เพราะอะไร หนี้นอกระบบ...ทำไมเป็นปัญหาขนาดนี้

ผมเคยลองคุย อยากแก้ปัญหาหนี้ให้ การที่จะบอกว่าเขาไม่มีความรู้ทางการเงิน ไม่ถูกซะทั้งหมด การหาเงินมาใช้หนี้แต่ละเดือน เป็นงานใหญ่สำหรับเขา

แค่คิดว่าจะต้องหมุนบัตรเครดิต ซึ่งอาจถูกที่บอกว่าเขาตัดสินใจพลาด และไม่ถูก...ถ้าบอกว่าเขาไม่มีความรู้เลย แต่โดนบีบบังคับด้วยสถานการณ์ ซึ่งมีรายละเอียดบางอย่างถูกมองข้าม

ถ้าจะช่วยคนที่ประสบปัญหาแบบนี้ ต้องทำอย่างไร

ถ้าอยากให้โครงการต่างๆ ของรัฐเกิดความคุ้มค่า ไม่เปลืองภาษี ก็ควรมีการวัดผล ยกตัวอย่างถ้าคุณทำมาตรการซอฟโลน (สินเชื่อ ดอกเบี้ยต่ำ) จะเป็นโครงการอะไรก็แล้วแต่ สามารถปล่อยกู้โดยไม่ต้องมีคะแนนเครดิตรองรับ เพื่อทำให้เขามีแหล่งเงินทุนมากขึ้น 

แล้วเขาจะเอาเงินกลับมาคืนหรือเปล่า ก็วัดผลได้ แต่ละคนมีปัญหาที่เกี่ยวกับแหล่งเงินทุนไม่เท่ากัน สถานะไม่เหมือนกัน ระดับที่จะเข้าใจผลิตภัณฑ์การเงินไม่เหมือนกัน

อยากให้วิเคราะห์"อนาคตประเทศไทย"ใน 3 ปีข้างหน้าสักนิิด ? 

ผมขอนับตั้งแต่วันนี้ (15 กรกฎาคม 2564) เลย เอาเรื่องโควิดที่มีคนบอกว่าต่อไปจะเป็นโรคท้องถิ่นแบบไข้หวัดใหญ่ นับวันโอกาสยิ่งลดลง น่าจะมีปัญหาอีกยาว 

ผมมองว่าอนาคตประเทศไทย ถ้าเรายังบริหารจัดการวัคซีน บริหารจัดการวิกฤติแบบประสิทธิภาพด้อยขนาดนี้ ผมมองว่า อันตรายมากทั้งด้านสาธารณสุขและเศรษฐกิจ

โครงสร้างเศรษฐกิจของเรา พึ่งพากิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มีการสัมผัสและใกล้ชิดเยอะมาก

ถ้าเรามองสั้นๆ ว่า ปีหน้าโควิดก็หมดแล้ว มันไม่ได้ ต้องมีการปรับตั้งแต่วันนี้ เพราะช่วงนี้ล็อกดาวน์ ( กรกฎาคม 2564) หลายคนลำบาก มีคนที่ไม่สามารถทำงานจากที่บ้านได้ ต้องมีมาตรการช่วยเขา ไม่ใช่เยียวยาอย่างเดียว

ถือโอกาสฝึกทักษะให้ทำอย่างอื่น เพื่อจะได้รู้ว่าบางอุตสาหกรรมจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป บางแห่งอาจไม่ต้องการแรงงานจำนวนเท่าเดิม เพราะระบบเศรษฐกิจต้องเปลี่ยนไปเป็นอย่างอื่น โดยเฉพาะการท่องเที่ยว

การท่องเที่ยวสัมพันธ์กับการควบคุมวิกฤติ มีบางอย่างที่เราควบคุมไม่ได้ ประเทศไทยสิ่งที่ควรควบคุมได้ก็ควบคุมไม่ได้ และเราต้องพึ่งพานักท่องเที่ยวหลายประเทศ ไม่แน่ใจว่าเขาจะมาเที่ยวไหม 

อย่างอังกฤษอีกไม่นาน ก็จะประกาศให้ทุกคนออกมาเดินเล่นได้ รัฐบาลเขาโอเค ถ้าจะมีคนติดโควิดวันละแสน เป็นเรื่องปกติของเขา ถ้าคนอังกฤษจะบินมาเที่ยวเมืองไทย คนไทยจะรับได้หรือเปล่า หรือตอนนี้จีนมีนโยบายไม่ให้เที่ยวนอกประเทศ แล้วไทยจะทำยังไง

ในช่วง 3 ปีนี้ ไทยควรวางแนวทางเศรษฐกิจอย่างไร

ใน 3 ปีนี้ต้องตอบโจทย์ก่อนว่า เศรษฐกิจโควิดแบบนี้ เราจะทำยังไง เพื่อไม่ให้คนอดตายและพึ่งพิงตนเองได้ด้วย

เรื่องเยียวยาก็ต้องทำ แต่น่าเสียดายถ้ามีความเชื่อมั่นทางการเมืองมากกว่านี้ ก็คงกู้เงินได้มากกว่านี้ ถ้าถามผมวิกฤติแบบนี้ ทำยากมาก โดยเฉพาะงบประมาณที่เบิกมาแล้ว ยังจัดการไม่หมด 

ถ้าจะใช้เงินอีก ก็ฟังไม่ขึ้น ซึ่งสถานการณ์แบบนี้ก็คงเป็นเรื่องการระบาดของไวรัส แล้วคนไทยจะปรับตัวในเศรษฐกิจแบบนี้ยังไง

ถ้าไม่ปรับตัว คนไทยจะเป็นยังไง

คนรายได้น้อยจะอดตาย วิกฤตินี้ไม่เหมือนต้มยำกุ้งหรือแฮมเบอร์เกอร์ มันกระทบเศรษฐกิจจริง รุนแรงมาก กระทบผู้คนในวงกว้าง กระทบหนักกับคนที่มีรายได้น้อย โอกาสน้อย ผมว่าอันตรายว่า สังคมจะอยู่ร่วมกันยังไง


แล้วต้องทำอย่างไร

ถ้าถามผม ตอนนี้ใกล้จุดที่กู่ไม่กลับแล้ว แม้กระทั่งขั้นต่ำของชีวิต เรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รัฐก็ยังตอบสนองไม่ได้ ประชาชนลำบากมาก ผมกลัวว่าต่อไปจะเกิดการจราจลหรืออะไรบางอย่าง เราเห็นแล้วว่า เงินเยียวยา มันยังไม่พอ

ทางภาคเอกชนและเครือข่ายผม ก็พยายามช่วยหางานให้คนตกงาน และให้ทำงานที่บ้านได้บ้าง กลายเป็นว่าประชาชนต้องช่วยเหลือกันเอง น้อยมากในประวัติศาสตร์ที่จะเกิดเรื่องแบบนี้ ซึ่งเป็นโอกาสที่รัฐบาลจะได้เป็นพระเอก และทั่วโลกผู้นำก็ออกมาทำนั่นทำนี่ 

เพราะผู้บริหารประเทศทำไม่ได้ ? 

ถ้าเขาทำไม่ได้ ก็ต้องมีการเรียกร้องเปลี่ยนอะไรบางอย่าง อย่างน้อยๆ ถ้าไม่เปลี่ยนใครเลย ควรมีความชัดเจนในเรื่องอำนาจการตัดสินใจ มีเจ้าหน้าที่หลายคนที่เคยทำงานกับผม เขาช้ำใจเพราะทำเต็มที่แล้ว ขณะที่เขาอยากประสานงานบางอย่างกับภาคเอกชน แต่ไม่รู้อำนาจอยู่ที่ไหน จุดแรกที่สำคัญคือ เรื่องความโปร่งใสของกระบวนการ

การระบาดของโควิด คนที่เดือดร้อนมากคือ กลุ่มคนมีรายได้น้อย 

ในช่วงวิกฤติจากสถานการณ์โควิด ผู้นำควรทำอย่างไร

เรื่องพื้นฐานเลยคือ

1 การสื่อสารกับประชาชน ซึ่งมีคนที่เชี่ยวชาญตรงนี้ แล้วภาครัฐจะได้ประโยชน์มากจากการแนะนำของเขาในเรื่องการสื่อสารให้ชัดเจนตรงไปตรงมา ซึ่งทุกคนจะได้ประโยชน์

2 ควรมีการแบ่งขอบเขตการทำงาน อย่าให้ทุกอย่างมาติดคอขวดที่ ศบค.(ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส) แค่สองอย่างนี้จะทำให้หลายอย่างเดินต่อได้เร็วขึ้น


ถ้าอย่างนั้น คนไทยจะฝากอนาคตไว้กับคนรุ่นใหม่ หรือคนรุ่นไหน หรือไม่มีอนาคต ? 

ผมคิดว่าน่าจะฝากอนาคตไว้กับทุกคน คนรุ่นใหม่ก็มีข้อจำกัด ผมเองก็ไม่ได้รู้ทุกเรื่อง บางทีคนที่อายุมากกว่าก็มีประสบการณ์ หลายคนมีความเก่งไม่เหมือนกัน มีบทบาทอำนาจไม่เหมือนกัน

ตอนนี้ถึงเวลาที่ต้องตรวจดูว่า เราทำอะไรได้บ้าง พยายามใช้จุดเด่นให้มีประโยชน์กับคนอื่น ตอนนี้วิกฤติมากแล้วครับ ต้องออกมาช่วยกัน

ยกตัวอย่างสักนิดกับงานข้อมูลที่บริษัทคุณทำในเชิงนโยบาย ?          

ทำเวิร์คชอปกับกรมควบคุมโรคอยู่แล้ว เขาต้องมีแผนรับมืออนาคตอันใกล้ แต่งานหลักของเราคือ ข้อมูลเรื่องทรัพยากรสาธารณสุข

ถ้าไวรัสระบาดเข้าไปในพื้นที่เปราะบางในจังหวัดไม่มีแพทย์ ไม่มีเตียง ถ้าระบาดเยอะจะเกิดการสูญเสียเยอะ เพราะในกรุงเทพฯ นนทบุรี โรงพยาบาลไม่มีเตียงรองรับแล้ว

ที่ผมเป็นห่วงคือ จังหวัดในภาคใต้ ถ้าเอาจำนวนหมอ จำนวนอุปกรณ์การแพทย์ มาเทียบกับจำนวนผู้ติดเชื้อ น่ากลัวมาก ถ้าคนมาเลเซีย อินโดนีเซีย พม่า ติดเชื้อเยอะแล้วหลั่งไหลเข้ามา คงไม่ไหว จะกลายเป็นความเจ็บแบบลึก


ประเทศไทยเดินไปถึงจุดนั้นหรือยัง

ภาคใต้น่ากังวลตั้งแต่รอบที่แล้ว กว่าจะควบคุมได้ ก็เหนื่อย ใช้ทรัพยากรกรมควบคุมโรคเยอะมาก อย่างภาคอีสานไม่ควรให้เกิดการระบาดของไวรัสโควิดเยอะ เพราะคนเยอะ ทรัพยากรด้านสาธารณสุขต่อประชากรมีน้อยมาก ยิ่งมีคนเดินทางกลับบ้าน ยิ่งน่ากลัว

นักวิชาการหลายๆ คนที่ทำวิจัยการระบาดของไวรัสโควิดรอบที่ 1 เขารู้สึกว่า ทำข้อมูลไปแล้ว ส่วนกลางไม่เอาไปใช้ ทั้งๆ ที่เราก็อยากให้เกิดประโยชน์

ตอนนี้เราก็เลยมีมูฟเม้นท์ใหม่ ทำงานวิจัยกระจายข่าวสู่ประชาชนหรือหน่วยอื่นๆ ไปเลย อย่างเรื่องล็อคดาวน์ ก็กระจายข้อมูลให้ผู้ว่าฯ รัฐส่วนกลางจะเอาไปใช้หรือเปล่าผมวางตำแหน่งไว้เป็นอันดับสองแล้ว


คุณเป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่สนใจทุกเรื่อง มีเรื่องไหนสนใจเป็นพิเศษไหม

 เศรษฐศาสตร์เป็นศาสตร์ที่เรียบเรียงความคิดได้อย่างมีระบบ และไม่ได้เกี่ยวกับหุ้นและผลประกอบการอย่างเดียว ถ้าเราเรียนเศรษฐศาสตร์แบบผิวเผิน แล้วเราจะเกลียดมัน 

ผมโชคดีที่ซึบซับมาว่า เราสามารถนำมาประยุกต์กับสิ่งต่างๆ รอบตัว ไม่ใช่แค่นโยบาย ยังรวมถึงเรื่องส่วนตัว การพัฒนาตัวเอง ความสัมพันธ์ ก็เลยชอบ ที่ชอบมากพิเศษคือ นโยบายสาธารณะ ผมคิดว่าสำคัญและใกล้ตัวทุกคน

ที่ผมสนใจเป็นส่วนตัวคือ นโยบายที่กระทบต่อทุนมนุษย์กับการพัฒนาตัวเอง และนโยบายที่กระทบต่อสุขภาพคน

ถ้าไทยมีทุนมนุษย์ที่ดี คนไทยเป็นแรงงานที่มีคุณภาพและสุขภาพดี ก็จะเป็นที่ต้องการในตลาดโลก จำเป็นมากในอนาคต ผมให้ความสำคัญเรื่องพวกนี้ ที่ผมเคยทำวิจัยว่า คนๆ หนึ่งเราจะวัดอะไรได้บ้าง

อย่างระบบการศึกษา วัดแค่ผลสอบได้เกรดเท่าไรก็จบ จริงๆ แล้วต้องไปไกลกว่านั้น ถ้าเราจะลงทุนในระบบการศึกษาดีๆ ลงทุนเรื่องพัฒนามนุษย์ ผมว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า


ยกตัวอย่างสักนิด ?

ที่ผมทำ เป็นนโยบายระดับชาติ ถ้าผมอยากทำให้คนไทยเก่งขึ้น สู้ตลาดแรงงานโลกหรือมีชีวิตที่ดีขึ้น ผมมีทางเลือกเยอะมากผมจะค้นหาการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนกับประเทศเยอะที่สุดด้วยเงินที่มีอยู่

ยกตัวอย่างโครงการของจีนเรื่องหนึ่ง ลงทุนซื้อแว่นตาให้เด็กใส่ ฟังดูแล้ว ไม่น่าจะเป็นโครงการที่มีทางได้ลงข่าว ถ้าเทียบกับการลงทุนในอินเทอร์เน็ต หรือแท็บเล็ตที่มีค่าใช้จ่ายเยอะๆ

ถ้ามีการวัดผลเทียบกับเงินที่ลงทุน แล้วทำให้เด็กมีอนาคต อันนี้เป็นลงทุนน้อยแต่ได้เยอะ เนื่องจากเด็กสายตาสั้นมองไม่เห็นกระดานดำเวลาครูสอน บางทีเรามองข้ามเรื่องแบบนีี้ 

ทำไมเราต้องอินเทรนด์กับอะไรบางอย่าง แน่นอนแท็บเล็ตหรือไอซีทีมันสำคัญอยู่แล้ว แต่โดยหลักการ ควรลงทุนกับสิ่งที่ได้ผลตอบแทนสูงสุดก่อน แล้วค่อยๆ เลื่อนขั้นขึ้นไป


ในสายตาคุณ การลงทุนแบบไหนที่ไม่ค่อยได้ผล

ในเมืองไทยการลงทุนกับแบบเรียน หรืออุปกรณ์การเรียนบางอย่างมันสิ้นเปลือง ควรจะเลิก แล้วเทเงินส่วนหนึ่งไปลงทุนกับการพัฒนาครู  

เดี๋ยวนี้เราวัดผลได้ว่า เราควรเอาเงินไปทำอะไรให้สังคมดีขึ้น ถ้าเราวัดผลได้ขนาดนี้ มันไม่มีเหตุผลเลยที่เราจะคิดไปเองหรือไม่วัดผลเลย


ตอนนี้สังคมไทยอยู่ในสถานการณ์แบบไหน

ดูเหมือนบางอย่างไม่ถูกวัดผล หรือไม่มีความอยากวัดผลเลย นี่คือปัญหา


ถ้าจะลงทุนเพื่อให้คุณภาพชีวิตคนไทยดีขึ้น ควรลงทุนอย่างไร

ถ้าถามผมควรลงทุนกับโลกอนาคตที่ตอบโจทย์อัพสกิล-รีสกิล ให้กับคนไทย อย่าไปบังคับให้คนมาเรียน อย่างที่สิงคโปร์ให้คูปอง ให้โอกาส คนเลือกได้ว่า อยากพัฒนาตัวเองด้านไหน ผมว่าเป็นระบบการตลาดที่ค่อนข้างตอบโจทย์ สามารถวัดผลตอนจบได้ ก่อนอื่นต้องมีมายเซ็ตว่า ตอนจบของโครงการต้องวัดผลได้ ถ้าไม่มั่นใจ ทำเล็กๆ ก่อนแล้วขยาย ไม่ใช่ทำใหญ่แล้วจบ


(ทรัพยากรด้านสาธารณสุขของไทยอยู่ในขั้นวิกฤติ)


มีเรื่องอะไรที่คุณอยากแบ่งปันให้สังคมอีกไหม

ผมอยากแนะแนวหรือเป็นเพื่อนคุยให้เด็กและเยาวชน เพราะเราเคยมีประสบการณ์ตอนเด็ก เคยสับสนในชีวิตช่วงวัยหนึ่ง และผมกับภรรยาเลี้ยงลูกด้วยกันเยอะ เรื่องนี้ละเอียดอ่อนมาก ไม่เคยมีใครสอนผมเรื่องนี้

อย่างเรื่องการสร้างความมั่นใจให้เด็ก เวลาทารกร้องไห้เยอะๆ การเลี้ยงแบบโบราณก็บอกว่า ปล่อยให้ร้องไปอย่าตามใจ ซึ่งทางวิทยาศาสตร์หรือสมอง เด็กยังไม่มีความคิดแบบนั้นเลย

ผมเคยไปร่วมคุยในเฟซบุ๊คกลุ่มพ่อแม่ เรื่องไม่ตีลูก พ่อแม่สามารถคุยกับลูกด้วยเหตุผลได้ ซึ่งสามารถทำได้ แต่ไม่มีใครสอน ผมเชื่อว่า เด็กที่เกิดมาทุกคนบริสุทธิ์ ขึ้นอยู่ว่าเจอผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์แบบไหน ผมสนใจเรื่องเหล่านี้ อยากให้เด็กทุกคนมีโอกาสที่ดี มีวัยเด็กที่สมบูรณ์ ซึ่งยากมาก

เรื่องเด็กและเยาวชน เป็นเป้าหมายที่ผมจะทำในอนาคต เพราะเป็นเรื่องทุนมนุษย์ ผมให้ความสำคัญมาก เราไปใส่ใจในแง่เอาเงินทุ่มกระทรวงศึกษาธิการเยอะๆ แต่ไม่ได้ดูผลที่ได้ งบประมาณเกี่ยวกับการดูแลเด็กควรกระจายทุกกระทรวง


มูลค่าทางเศรษฐกิจของคนไทยหนึ่งชีวิตมีค่าเท่าไร

มีวิธีทำหลายแบบ ที่ทำออกมา คนไทยหนึ่งชีวิตมีมูลค่าทางเศรษฐกิจประมาณ 9-20 ล้านบาท ชีวิตคนอเมริกันมีมูลค่า 6-9 ล้านเหรียญ มากกว่าคนไทย 30 เท่า ไม่แปลกเพราะค่าแรงของเขาเยอะ

ถ้าถามว่า ตัวเลขเหล่านี้ มีประโยชน์อย่างไร สามารถนำไปวัดความคุ้มค่ามาตรการบางอย่างของรัฐ ผมให้ทีมงานทำข้อมูล วัดการล็อคดาวน์ไว้ ข้อดีคือ ช่วยชีวิตคนหมู่มาก ข้อเสียคือ คนจะอดตาย ไม่มีงาน

ถ้าจะไปให้สุดทาง ต้องคำนวณต่อว่า ควรจะล็อคดาวน์กี่วัน เพื่อให้สมดุลระหว่างประโยชน์และโทษที่ตามมา แน่นอนไม่มีใครอยากให้ล็อคดาวน์ปิดทั้งประเทศ ต้องมีจุดพอดี

ตัวเลขตรงนี้มีความสำคัญ เป็นราคาความคุ้มค่าของการทำมาตรการต่างๆ อย่างเรื่องวัคซีน ถ้าเอาตัวเลขมูลค่าทางเศรษฐกิจชีวิตคนไทยต่อคน 9-20 ล้านบาทมาคำนวณ ถ้ารัฐไปซื้อวัคซีนมากองๆ ไว้ก่อน ยังไงก็คุ้ม


นิยามคำว่า "หนึ่งชีวิตมีมูลค่าทางเศรษฐกิจ"ไว้อย่างไร

เป็นจุดที่นักเศรษฐศาสตร์โดนเข้าใจผิดเยอะมาก  เป็นการประเมินคุณภาพชีวิตแบบเลือดเย็น ผมไม่ได้เป็นคนคิดตรงนี้ขึ้นมา

ยกตัวอย่างปัญหามลพิษทางอากาศที่เกิดขึ้น ถ้าเราต้องการอากาศสะอาด ก็ต้องแลกกับต้นทุนทางเศรษฐกิจ ราคาแพงมาก ไม่สามารถทำให้ทั้งประเทศเป็นโซล่าเซลล์ได้


มีคนบอกว่า คุณให้ความสำคัญเรื่องการบริหารเวลาค่อนข้างมาก ?

สำคัญมาก โดยเฉพาะช่วงโควิด ทำให้หลายคนกลับมาคิดว่า เป้าหมายชีวิตเป็นอย่างไร ผมว่าหลายคนเริ่มเห็นว่า อยากทำอะไรบางอย่างที่มีความหมายต่อชีวิต ช่วงหลังๆ ผมอยากใช้เวลากับครอบครัวและคนใกล้ชิดมากขึ้น

เพราะช่วงโควิดมีการสูญเสียเยอะ ทำให้เห็นว่า ทำไมชีวิตมันสั้นขนาดนั้น ก็เลยคิดว่า ต้องบริหารความสัมพันธ์ดีๆ โลกปัจจุบันเราคุยกันผ่านโซเชียลมีเดีย บางทีเราสูญเสียการมีความสัมพันธ์กันจริงๆ ช่วงนี้เราควรลงทุนกับทักษะความสัมพันธ์ ซึ่งมีประโยชน์ในอนาคต เพราะหุ่นยนต์ทำไม่ได้

หน้า: [1] 2 3 4
“เมื่อมีโอกาสและมีงานทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้ หรือเงื่อนไขอันใด ไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใด ย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยัน และ ความซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น” คำสอน ของพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ
- - - - - tutorlive website คุณภาพ สำหรับคุณ - - - - -
น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น Mermaid ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพคุณไม่ควรพลาด " ธรรมชาติที่ไม่ธรรมดา "
Powered by www.tutor-thai.com welcome to tutorlive by tutor-thai.com
Nice To Meet You