แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - PostDD

หน้า: [1] 2 3 ... 591
1
Market / เราขายรถได้เพราะเว็บนี้เลย
« เมื่อ: วันนี้ เวลา 05:21:28 PM »
www.รถมือสองเจ้าของขายเอง.com


2
ให้เราดูแลสุขภาพของคุณ ด้วยคอลลาเจนหน้าใส
เพิ่มความละมุนเนียนนุ่ม แล้วก็กระจ่างขาวใสให้กับผิว กระตุ้นสุขภาพผิวให้แข็งแรง ดูสดชื่น ผิวเรีบบเนียนไม่มีสะดุด หยุดทุกสายตา สร้างเสริมส่วนประกอบของผิวให้มองสุภาพละมุนละมัย ไม่หยาบกร้าน

โทรหารือเราเรื่องคอลลาเจนหน้าใส ยินดีให้คำแนะนำ
- คอลลาเจนหน้าใส
- รีวิวคอลลาเจนหน้าใส
- คอลลาเจนหน้าใสสั่งซื้อตรงไหน
- คอลลาเจนหน้าใสราคาเท่าไร
- คอลลาเจนหน้าใสที่เยี่ยมที่สุด
- คอลลาเจนดำเนินการยังไง รับประทานยังไงให้หน้าใส
- คอลลาเจนหน้าใสตัวไหนดี

Link : https://bit.ly/3fZtgo4

3
“เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์” เผย “มอลตัน เกทส์ กรุงเทพกรีฑา-เมทริส ดิสทริค ลาดพร้าว" คว้ายอดขายโค้งท้ายปี 64

“เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์” พา 2 โครงการใหม่ล่าสุด บ้านซูเปอร์ลักชัวรี่ มอลตัน เกทส์ - กรุงเทพกรีฑา และคอนโดใจกลางเมือง เมทริส ดิสทริค ลาดพร้าว คว้ายอดขายส่งท้ายปีเกินคาด หลังเดินหน้า กลยุทธ์ Exclusive Sales และจัดรอบ Early Bird ผ่าน Online Booking เร่งเดินเครื่องกลยุทธ์ดิจิทัล แพลตฟอร์ม กวาดยอดขายท้ายปี 64 ต่อเนื่อง

น.ส.เพชรลดา พูลวรลักษณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซูรีและคอนโดมิเนียมเลี้ยงสัตว์ได้ (Pet-Friendly Residences) เปิดเผยว่า ถึงแม้ว่าปัจจุบันเมเจอร์ฯ จะยังไม่ได้เปิดขายรอบพรีเซลอย่างเป็นทางการ ซึ่งยังอยู่ระหว่างกระบวนการก่อสร้างสำนักงานขาย แต่บริษัทฯ ยังคงได้รับการตอบรับที่ดีจาก 2 โครงการใหม่ได้แก่ โครงการบ้านเดี่ยวระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ มอลตัน เกทส์ - กรุงเทพกรีฑา (Malton Gates Krungthep Kreetha) และโครงการคอนโดมิเนียมระดับ Mid-end ใจกลางเมือง เมทริส ดิสทริค ลาดพร้าว (Metris District Ladprao) อย่างต่อเนื่อง


“ด้วยความมั่นใจของผู้บริโภคที่มีต่อการพัฒนาโครงการและความใส่ใจในรายละเอียดของเครือเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ประกอบกับการนำดิจิทัล แพลตฟอร์ม มาเพิ่มช่องทางขาย ช่วยให้ทั้ง 2 โครงการใหม่ของเราเข้าถึงผู้บริโภคในยุคดิจิทัลภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันได้ง่ายขึ้น ทำให้เราสามารถกวาดยอดขายได้จากทั้ง 2 โครงการแบบเต็มโควต้าในรอบ VVIP นี้ ถึงแม้จะยังไม่มีห้องตัวอย่างจริง”

โดยที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้จัดดำเนินกลยุทธ์ทางการตลาดหลากหลายรูปแบบกับ 2 โครงการใหม่ อาทิ การจัด Exclusive Sales ของโครงการ มอลตัน เกทส์ ให้แก่ผู้บริโภคระดับ VVIP และ VIP ณ Malton Lounge ชั้น 17 อาคารเมเจอร์ ทองหล่อ รวมทั้งการเปิดขายโครงการเมทริส ดิสทริค ลาดพร้าว รอบ Early Bird บนแพลตฟอร์มออนไลน์ ควบคู่กับ ไฮไลต์ที่สร้างความตื่นตาตื่นใจอย่างการเปิดประมูลออนไลน์ห้องยูนิตสวย ราคาดีเป็นครั้งแรกในประเทศไทย

น.ส.เพชรลดา กล่าวอีกว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2564 บริษัทฯ จะยังคงพิจารณานำดิจิทัล แพลตฟอร์ม เข้ามามีส่วนช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงทั้งโครงการพร้อมอยู่ (Ready to move in) และโครงการใหม่ของบริษัทอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันเรายังคงเดินหน้าพัฒนาการตลาดด้านอื่นๆเช่น การเพิ่มช่องทางการชำระเงินแบบออนไลน์รวมถึงรับชำระด้วยคริปโทเคอร์เรนซี เพิ่มโอกาสการเข้าถึงกลุ่ม New Wealth ที่ขยายตัวขึ้นจากการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทใหม่ๆ


สำหรับ โครงการ มอลตัน เกทส์ - กรุงเทพกรีฑา เป็นโครงการบ้านเดี่ยวระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ ที่ต่อยอดความสำเร็จมาจากแบรนด์ มอลตัน ไพรเวท เรสซิเดนซ์ (Malton Private Residence) แบรนด์บ้านระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ใจกลางเมืองที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง ตอบโจทย์การใช้ชีวิตและการอยู่อาศัยได้อย่างเหนือระดับ ด้วยคอนเซปต์และดีไซน์ของ

โดยโครงการ ศักยภาพของทำเลฝั่งกรุงเทพตะวันออกที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมราคาเริ่มต้น 33 ล้านบาท ส่งผลให้กลุ่มลูกค้า VVIP สนใจ เข้าร่วมกิจกรรม Exclusive Sales ณ Malton Lounge ชั้น 17 อาคารเมเจอร์ ทองหล่อ และตัดสินใจจองโครงการ ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่


ขณะที่ โครงการเมทริส ดิสทริค ลาดพร้าว (Metris District Ladprao) เป็นคอนโดมิเนียม High Rise สูง 45 ชั้น ขนาด 3-2-14.3 ไร่ ตั้งอยู่ใจกลาง New CBD ย่านจตุจักร-ลาดพร้าว ทำเล Gateway การค้าการลงทุนแห่งอนาคต ใกล้รถไฟฟ้า MRT สถานีพหลโยธินเพียง 230 ม. ตัวโครงการมีห้องพักอาศัยรวม 741 ยูนิต มีห้องแต่งครบพร้อมอยู่ (Fully Furnished) ให้เลือก 5 รูปแบบ ขนาดห้องสตูดิโอ, 1 ห้องนอน, 1 ห้องนอน พลัส, 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ และ 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ พื้นที่ตั้งแต่ 23.7-49.6 ตร.ม. เหมาะแก่การอยู่อาศัยและเพื่อการลงทุน ออกแบบฟังก์ชันภายในห้องตอบโจทย์การ Work From Home ของคนเมืองรุ่นใหม่ทุกยูนิต พร้อม Maximal Facilities ส่วนกลางครบมากที่สุด รองรับหลากไลฟ์สไตล์ และการออกแบบพื้นที่การเป็นคอนโดมิเนียม Pet-Friendly Residences สำหรับคนรักสัตว์กับส่วนกลางสัตว์เลี้ยงที่ใหญ่ที่สุดบนลาดพร้าว ราคาเริ่มต้น 2.49 ล้านบาท ราคาดีที่สุดในย่านลาดพร้าว สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อรับส่วนลดพิเศษและดูรายละเอียดโครงการเพิ่มเติมได้ที่

สำหรับบริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักซูรี มีธุรกิจหลักในเครืออยู่ 3 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ 1.กลุ่มธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อการขาย 2.กลุ่มโครงการอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ เช่น ออฟฟิศและโรงแรม 3.กลุ่มธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ มีวิสัยทัศน์ในการเติบโตอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างโครงการระดับลักซูรีที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค

4
เอกชน ลุ้นส่งออกอาหารปี 65 ฝ่าเงินเฟ้อทำนิวไฮ 1.20 ล้านลบ. โต 8.4%

นางอนงค์ ไพจิตรประภาภรณ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร หน่วยงานเครือข่ายกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ในการประสานความร่วมมือของ 3 องค์กร ในส่วนของสถาบันอาหารจะทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องภายใต้การดำเนินงานของศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร โดยมีสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมบูรณาการข้อมูล โดยมองว่า แนวโน้มการส่งออกสินค้าอาหารไทยปี 65 คาดว่าจะมีมูลค่า 1,200,000 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 8.4% ซึ่งหากเป็นไปตามคาดจะเป็นสถิติส่งออกสูงสุดครั้งใหม่ (New high) ของการส่งออกอาหาร ทั้งนี้ มีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจาก

1. ความต้องการสินค้าในตลาดโลกมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ตามภาวะเศรษฐกิจหลังจากประชากรโลกได้รับวัคซีนโควิด-19 ครอบคลุมมากขึ้น ความอันตรายของโรคลดต่ำลง โดยคาดว่าเศรษฐกิจโลกจะ +4%

2. ธุรกิจท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวข้อง ทั้งร้านอาหารและโรงแรมค่อยๆ ฟื้นตัวหลังความกังวลโควิด-19 เริ่มลดลง ประเทศต่างๆ มีมาตรการผ่อนคลายมากขึ้น

3. เงินบาทอ่อนค่า โดยคาการณ์ไว้ที่ 33.50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลดีความสามารถการแข่งขันด้านราคา โดยเฉพาะอาหารเป็นสินค้าที่พึ่งพิงปัจจัยการผลิตในประเทศเป็นหลักจะได้รับประโยชน์จากสถานการณ์ดังกล่าว โดยคาดว่าราคาอาหารโลกจะอยู่ที่ +3.5%

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยสนับสนุน เช่น ราคาน้ำมันที่อาจปรับตัวสูงขึ้นจากปัจจุบัน จากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 80 ดอลลาร์/บาร์เรล อาจขึ้นไปแตะที่ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล ได้

อย่างไรก็ตาม คาดว่ายังมีอีกหลายปัจจัยที่จะทำให้การส่งออกไม่เป็นไปตามคาดการณ์ หรือปัจจัยเสี่ยง ได้แก่

1. ราคาวัตถุดิบภาคเกษตร บรรจุภัณฑ์ น้ำมัน เพิ่มสูงขึ้นมาก กระทบต่อต้นทุนการผลิต และขนส่งของภาคอุตสาหกรรมอาหาร

2. การขาดแคลนแรงงาน เนื่องจากในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 แรงงานส่วนใหญ่เดินทางกลับประเทศ จึงกระทบต่อการเพิ่มผลผลิตและรับคำสั่งซื้อ

3. กำลังซื้อของผู้บริโภคโดยเฉพาะกลุ่มชนชั้นกลางและระดับล่าง อ่อนตัวลงจากภาวะเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้น ซึ่งปัจจัยด้านเงินเฟ้อน่าจะมีบทบาทมากที่สุด ในการกดดันภาคอุตสาหกรรมอาหาร เนื่องจากจะบั่นทอนกำลังซื้อของผู้บริโภคโดยตรง

สำหรับสินค้าส่งออกหลัก 10 กลุ่มสินค้า คาดว่ามูลค่าการส่งออกจะขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกกลุ่มสินค้า ดังนี้

-กลุ่มขยายตัวสูง (มูลค่าส่งออกขยายตัวมากกว่า 10%) ประกอบด้วย 5 กลุ่มสินค้าหลัก ได้แก่ ข้าว (+11.4%), ปลาทูน่ากระป๋อง (+12.7%), น้ำตาลทราย (+17.5%), กุ้ง (+12.3%) และสับปะรด (+10.2%) โดยข้าวขยายตัวดีจากเงินบาทอ่อนค่า และคาดว่าราคาส่งออกข้าวในปี 65 จะทรงตัวอยู่ในระดับที่แข่งขันได้

ส่วนปลาทูน่ากระป๋องได้รับแรงหนุนจากเงินเฟ้อ ทำให้กำลังซื้อผู้บริโภคลดลง อาหารบรรจุกระป๋องจะได้รับประโยชน์จากภาวการณ์ดังกล่าว โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคชนชั้นกลางในประเทศกำลังพัฒนา ส่วนน้ำตาลทรายจะเริ่มฟื้นตัวตามอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มในภูมิภาคที่ใช้น้ำตาลเป็นวัตถุดิบ เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย กลุ่มประเทศ CLMV ขณะที่กุ้งและสับปะรดได้รับปัจจัยหนุนจากการพื้นตัวของธุรกิจท่องเที่ยว บริการร้านอาหาร และโรมแรม

-กลุ่มขยายตัวปานกลาง (มูลค่าส่งออกขยายตัวมากกว่า 5% แต่ไม่ถึง 10%) ประกอบด้วย 4 กลุ่มสินค้าหลัก ได้แก่ แป้งมันสำปะหลัง (+6.2%), มะพร้าว (+6.4%), เครื่องปรุงรส (+7.9%) และอาหารพร้อมรับประทาน (+9.7%) กลุ่มนี้เป็นสินค้าที่โดดเด่นและมีศักยภาพของไทย แนวโน้มการเติบโตเป็นไปอย่างมีเสถียรภาพ โดยแป้งมันสำปะหลังเด่นตรงที่เป็นสินค้าคุณภาพดี ราคาไม่แพง ใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย

ทั้งนี้ มีตลาดหลัก คือ จีน ญี่ปุ่น และอาเซียน ที่ระยะทางในการขนส่งไม่ไกล จึงมีศักยภาพในช่วงที่ต้นทุนค่าขนส่งสูง ผลิตภัณฑ์มะพร้าว (กะทิสำเร็จรูป) และเครื่องปรุงรส โดดเด่นจากการเป็นสินค้าที่มีเอกลักษณ์ความเป็นไทย (Authentic) ขยายตัวตามความนิยมอาหารไทยที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ส่วนน้ำมะพร้าวของไทยมีรสชาติหอมหวาน มีภาพลักษณ์ความเป็นธรรมชาติ จึงเหมาะกับเทรนด์สุขภาพ ขณะที่อาหารพร้อมรับประทานเติบโตสอดรับกับพฤติกรรมการบริโภคของคนยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวก โดยเฉพาะอาหารพร้อมรับประทานเมนูไทยที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษ

-กลุ่มขยายตัวต่ำ (มูลค่าส่งออกขยายตัวมากกว่า 5%) คือ การส่งออกไก่ (+3.8%) ที่ได้รับผลกระทบจากตลาดหลักอย่างญี่ปุ่น (ตลาดส่งออกไก่ 50% ของไทย) ที่ยังคงมีมาตรการที่เข้มงวดในการเปิดประเทศ ส่งผลทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวและร้านอาหารฟื้นตัวช้า กระทบต่อการส่งออกสินค้าไก่ของไทย

นางอนงค์ กล่าวถึงสถานการณ์ปี 64 ว่า การส่งออกขยายตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดการณ์ เนื่องจากความกังวลโควิด-19 คลายตัวลง ประเทศคู่ค้าผ่อนคลายกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้น ส่งผลทำให้สินค้าส่งออกที่มีตลาดในกลุ่มธุรกิจบริการร้านอาหารและโรงแรมปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับได้รับปัจจัยบวกจากเงินบาทที่อ่อนค่า ส่งผลดีต่อกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารที่เน้นผลิตเพื่อการส่งออก

ในส่วนของการส่งออกสินค้าอาหารไทยในปี 64 มีมูลค่า 1,107,450 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 11.8% หรือคิดเป็นมูลค่าส่งออก 34,890 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัวเพิ่มขึ้น 11.5% ขณะที่ส่วนแบ่งตลาดโลกของไทยลดลงมาอยู่ที่ 2.30% จาก 2.32% ในปี 63 และอันดับประเทศผู้ส่งออกอาหารของไทยคงที่อยู่ในอันดับที่ 13 ของโลก

ทั้งนี้ ตลาดส่งออกอาหารของไทยปี 64 เพิ่มขึ้นเป็นส่วนใหญ่ ยกเว้น สหรัฐฯ แอฟริกา โอเชียเนีย และสหราชอาณาจักร โดยปัจจุบันประเทศจีนเป็นตลาดส่งออกอาหารอันดับที่ 1 ของไทย มีสัดส่วนส่งออก 24.5% มูลค่าการส่งออก 271,674 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 50.0% จากปีก่อน โดยเพิ่มขึ้นจากการส่งออกผลไม้สดและแป้งมันสำปะหลังเป็นหลัก รองลงมาได้แก่ CLMV และญี่ปุ่น เป็นตลาดส่งออกอันดับที่ 2 และ 3 มีสัดส่วนส่งออก 12.4% และ 11.5% ตามลำดับ โดยการส่งออกอาหารไปประเทศอินเดียที่ขยายตัวสูงถึง 219.7% จากการส่งออกน้ำมันปาล์มเป็นหลัก ขณะที่การส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ และแอฟริกาลดลงจากสินค้าทูน่ากระป๋องและข้าวเป็นสำคัญ

นางอนงค์ กล่าวต่อว่า อีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลทำให้การส่งออกอาหารในภาพรวมขยายตัวดี คือ ราคาสินค้าเกษตรวัตถุดิบอาหารที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยในปี 64 ที่ผ่านมา พบว่า กลุ่มสินค้าเกษตรวัตถุดิบอาหารมีมูลค่าส่งออก 506,970 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 25.5% หรือมีสัดส่วน 45.8% ของมูลค่าส่งออกอาหารโดยรวม จากสัดส่วน 40.8% ในปีก่อน ขณะที่กลุ่มสินค้าอาหารแปรรูปมีมูลค่าส่งออก 600,480 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4% หรือมีสัดส่วนส่งออก 54.2% ของมูลค่าส่งออกอาหารโดยรวม จากสัดส่วน 59.2% ในปีก่อน

สำหรับกลุ่มสินค้าหลักที่การส่งออกขยายตัวเพิ่มขึ้น ได้แก่ แป้งมันสำปะหลัง (34.3%), กุ้ง (+10.8%), ผลิตภัณฑ์มะพร้าว (+7.7%), เครื่องปรุงรส (13.3%), อาหารพร้อมรับประทาน (+7.7%) และสับปะรด (31.5%) ซึ่งสินค้าดังกล่าวได้รับปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวของธุรกิจบริการร้านอาหาร หลังการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ในหลายประเทศ ทำให้ประชาชนสามารถออกมาทำกิจกรรมนอกบ้านได้มากยิ่งขึ้น ในขณะที่กลุ่มสินค้าหลักที่การส่งออกลดลง ได้แก่ ข้าว (-7.1%), ไก่ (-1.7%), ปลาทูน่ากระป๋อง (-18.3%) และน้ำตาลทราย (-13.2%)

ด้านนายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตัวเลขภาคการส่งออกปี 64 ที่ไม่ตรงกับที่กระทรวงพาณิชย์แถลงก่อนหน้านี้ เนื่องจากองค์กรด้านอุตสาหกรรมอาหารทั้ง 3 แห่ง จะไม่รวมสินค้าอาหารสัตว์เลี้ยง มันเส้น และยางพารา อย่างไรก็ดี การส่งออกที่มีมูลค่าสูงในปี 64 กว่า 90% มาจากสินค้าเกษตร เช่น ผลไม้สด เป็นต้น

สำหรับปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าทั่วโลกรวมทั้งไทยที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นปัญหาต่อเนื่องมาจากค่าระวางเรือปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 63 ประกอบกับปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ และราคาถ่านหิน และน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคการผลิต และการขนส่ง ต่อเนื่องไปถึงราคาสินค้าที่ปรับตัวขึ้น

"สินค้าทุกอย่างขึ้นยกแผงหมด เช่น น้ำมัน ถ่านหิน รวมทั้งค่าแรงก็ขึ้นด้วย แต่เป็นค่าแรงแฝงจากสถานการณ์โควิด-19 ทั้งการลดความหนาแน่นในโรงงาน ค่าใช้จ่ายในการกักตัว และค่าขนส่ง ในส่วนของราคาอาหารน่าจะปรับขึ้นตามกลไกของมัน ทั้งนี้ ผู้ประกอบการก็อยู่ระหว่างพยายามสู้กับราคา และรัฐก็พยายามออกมาตรการตรึงต้นทุนแล้ว แต่หากผู้บริโภคไม่มีกำลังซื้อก็จะย้อนกลับมาส่งผลกระทบเป็นวัฎจักร" นายพจน์ กล่าว
ดังนั้น รัฐต้องเร่งแก้ไขปัญหา เพื่อผลักดันการส่งออกสินค้าอาหารให้มากขึ้น เช่น จะต้องผลักดันการทำความตกลงการค้าเสรี (Free Trade Agreement: FTA) เนื่องจากไทยเสียสิทธิ์การส่งออกให้ประเทศอื่นๆ เช่น เวียดนาม ในขณะเดียวกัน รัฐควรผลักดันการนำเข้าวัตถุดิบที่ไม่กระทบกับสินค้าเกษตรของไทย เพื่อนำมาแปรรูป และส่งออก เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเป็นศูนย์กลางการผลิตสินค้าแปรรูปได้

นอกจากนี้ อีกปัจจัยที่หอการค้ามองว่า จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกเป็นอย่างมาก คือ ค่าเงินบาทซึ่งถือเป็นตัวแปรสุดท้ายในการช่วยลดต้นทุน โดยหากเงินบาทไม่ถึง 34 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือแข็งค่ากว่า 32 บาท/ดอลลาร์สหรัฐฯ ก็จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกเป็นอย่างมาก

นายพจน์ ยังได้กล่าวถึงการส่งออกสุกรว่า ประเทศไทยมีสัดส่วนการส่งออกสุกรตัวเป็นๆ จำนวนน้อย และขณะนี้รัฐก็ออกมาตรการห้ามส่งออก จึงไม่ส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกมาก ในขณะเดียวกัน ผลิตภัณฑ์หมูแปรรูปก็ยังทำตลาดได้ไม่มาก จึงได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทั้งนี้ อุตสาหกรรมสุกร อาจต้องเพิ่มต้นทุนในการผลิต จากการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประเทศอื่นๆ มากขึ้นด้วย

ด้านนายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวถึงแนวทางการแก้ปัญหาเพื่อไม่ให้เกิดปัจจัยเสี่ยงที่จะเป็นอุปสรคต่อการส่งออกในปี 65 ว่า ผู้ประกอบการ และรัฐ จะต้องปรับตัว และควบคุมต้นทุนต่างๆ ให้มากขึ้น เช่น การนำเครื่องจักรมาใช้ในการทำงาน การควบคุมไม่ให้ดอกเบี้ยขึ้นสูงเกินไป รวมถึงการให้โอกาสผู้ประกอบการ SME ขึ้นมามีบทบาทมากขึ้น ในขณะเดียวกันต้นทุนการผลิตที่สำคัญ อย่างค่าไฟฟ้า และค่าธรรมเนียมต่างๆ รัฐก็สามารถเข้ามาช่วยในส่วนนี้ได้

"เอกชนพยายามควบคุมราคาแล้ว แต่ต้องให้รัฐเข้ามาช่วยด้วย อย่างเรื่องเล็กๆ เช่น Digital Transform ลดการใช้เอกสาร และไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทางไปดำเนินการเรื่องต่างๆ ที่สถานที่ราชการ เป็นต้น" นายวิศิษฐ์ กล่าว

5
สำนักงานบัญชี เอทีเอส บริการบัญชีและภาษี
1158/14  ซอยจันทน์ 37/1  ถนนจันทน์  แขวงทุ่งวัดดอน  เขตสาทร  กรุงเทพฯ 
สนใจติดต่อคุณสมบูรณ์ 089-793-5707 , 02-212-3064
Email : ats_audit@hotmail.com

สำนักงานบัญชี , รับทำบัญชีถนนจันทน์ , รับทำบัญชีบางคอแหลม , รับทำบัญชียานนาวา , รับทำบัญชีพระราม 3 , รับทำบัญชีสาทร , รับทำบัญชีบางรัก ,รับทำบัญชีทุ่งมหาเมฆ , รับทำบัญชีสีลม , รับทำบัญชีศาลาแดง , รับทำบัญชีพระราม1 , รับทำบัญชีสยาม , รับทำบัญชีเพลินจิต , รับทำบัญชีชิดลม , รับทำบัญชีปทุมวัน , รับทำบัญชีเซ็นหลุยส์ , รับทำบัญชีสาธุประดิษฐ์ , รับทำบัญชี , รับทำบัญชีรายเดือน , รับทำบัญชีรายปี , ตรวจสอบบัญชี , ตรวจสอบบัญชีบริษัทจำกัด , ตรวจสอบบัญชีห้างหุ้นส่วนจำกัด

6
shopgenix  แอพ ช็อป จีนิกซ์ ช้อปปิ้ง ออนไลน์ได้เงินคืน
shop genix  สร้างรายได้จากการแนะนำแอพ
พิเศษ เปิดรับนายหน้าออนไลน์– สร้างรายได้จากการแนะนำแอพ
– รับเครดิตเงินคืนจากการใช้จ่ายผ่าน แอพ ของตัวเอง
– รับเครดิตเงินคืนจากการใช้จ่ายของ USER ที่เราแนะนำ สูงสุกถึง 5 ลำดับขั้น
– รับหน้าร้านขายสินค้าออนไลน์ของตัวเองฟรี
shopgenix  แอพ ช็อป จีนิกซ์ ช้อปปิ้ง ออนไลน์ได้เงินคืน shop genix ช็อป จีนิกซ์
https://www.shopgenix-pl.com/
โอกาสทางธุรกิจ ที่ง่ายที่สุด เร็วที่สุด ในการสร้างรายได้ เพียงแค่แชร์ออกไป
 ให้คุณเปรียบเสมือนมีห้างสรรพสินค้าออนไลน์ได้ โดยไม่ต้องลงทุนเรื่องสินค้า สต๊อก หรือการจัดส่งสินค้าเลย
 ห้างที่เปิดตลอด 24 ชม. และรับรายได้ realtime เป็นวินาที ทำงานแทนคุณแม้ในขณะที่คุณหลับ
 ให้รายได้แบบ Passive Income แม้หยุดทำแล้วยังมีรายได้ต่อเนื่อง
 สามารถทำได้ทุกเวลา ทุกสถานที่ ไม่ว่าคุณจะทำงานประจำ หรือ กำลังว่างงาน
 ใครก็ทำได้ ง่ายๆเพียงแค่โหลด App จะมีสินค้าที่น่าสนใจ ให้แชร์ลิงค์ ในโซเชียลมีเดีย เพื่อแนะนำสินค้า ให้ผู้ที่สนใจมาซื้อ

 สร้างรายได้จากการแนะนำ APP รับเครดิตเงินคืนจากการใช้จ่ายผ่าน APP ของตัวเองและรับเครดิตเงินคืนจากการใช้จ่ายของ USER ที่เราแนะนำ สูงสุดถึง 5 ลำดับขั้น รับหน้าร้านขายสินค้าออนไลน์ของตัวเองฟรี
shopgenix  แอพ ช็อป จีนิกซ์ ช้อปปิ้ง ออนไลน์ได้เงินคืน shop genix ช็อป จีนิกซ์
https://www.shopgenix-pl.com/

8
 สีผึ้งว่านดอกทอง ฝังดอกว่านดอกทองและตะกรุดนะเมตตามหานิยม



พุทธคุณ เน้นเรื่อง เสน่ห์ เมตตา โชคลาภ ค้าขาย

ก่อนว่าคาถาก็ให้นึกขอบารมีพระพุทธเจ้า และคุณครูบาอาจารย์

คาถากำกับ

โอมละลวยมหาละลวย หลงกันจนงงงวย จะภะกะสะภะคินี อาคัจฉายะ อาคัจฉาหิ นะโมพุทธายะ 

นะมะพะทะ นะมะพะทะ นะมะพะทะ

(ท่องเก้าจบ แล้วอธิษฐาน)

แล้วใช้นิ้วชี้ข้างขวาป้าย แล้วทาที่ปาก

ตามตำราโบราณระบุว่าว่านดอกทองมีอำนาจทางเพศรุนแรง คนสมัยก่อนจึงนิยมเก็บดอกของว่านดอกทองไว้หุงกับน้ำมันจันทน์ ใช้น้ำมันว่านทาที่ตัว หรือใช้สีผึ้งทาปาก เมื่อถึงคราวจะต้องไปพบปะผู้หลักผู้ใหญ่ ผู้คนต่างๆ หรือหนุ่มสาว พอได้กลิ่นว่านในน้ำมันหรือสีผึ้ง มักจะมีอาการใจอ่อนเคลิบเคลิ้มคล้อยตามได้ง่าย ชี้นกเป็นนกชี้ไม้เป็นไม้ สะกดจิตสะกดใจต่อผู้เจรจาด้วยยิ่งนัก ใครเห็นใครรักใครหลง ว่านดอกทองหรือว่านราคะ เป็นเมตามหาเสน่ห์ มหานิยม มหาละลวย ลุ่มหลงงวยงง ทำให้คนรักคนหลง ทั้งยังช่วยให้มีโชคลาภ



ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สั่งซื้อบูชา ทักแชทได้เลยหรือติดต่อได้ที่

โทร. 0846623662

id line : teerapat999

ลาซาด้า

https://pdp.lazada.co.th/products/i2632497251.html?spm=a1zawg.20038917.content_wrap.6.2f304edfF8zGh5




9
6 แบงก์ประเดิมนำร่องเปิดให้บริการ dStatement ก่อนทยอยเพิ่มใน H1/65

นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท. ร่วม กับสมาคมธนาคารไทย และสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ ร่วมเปิดตัวการให้บริการ dStatement (digital bank statement) ซึ่ง เป็นการให้บริการรับ-ส่ง ข้อมูลรายการเคลื่อนไหวบัญชีเงินฝาก (bank statement) ในรูปแบบดิจิทัลโดยตรงระหว่างสถาบันการเงิน ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนที่ต้องการใช้ข้อมูล bank statement เป็นหลักฐานประกอบการสมัครขอใช้บริการทางการเงิน สามารถขอให้ ธนาคารที่ตนเองมีบัญชีเงินฝากอยู่ ส่งข้อมูล bank statement ไปยังธนาคารแห่งอื่นได้โดยตรง ผ่านช่องทาง mobile banking application หรือช่องทางอื่นตามที่สถาบันการเงินแต่ละแห่งกำหนด ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้บริการได้รับความสะดวกในการใช้บริการทางการ เงินยิ่งขึ้น จากเดิมที่ต้องขอข้อมูลดังกล่าวในรูปเอกสารกระดาณ

โดยในระยะแรกของการให้บริการ dStatement จะเริ่มใช้สำหรับการสมัครขอสินเชื่อผ่านช่องทางดิจิทัล และมีธนาคารที่ เปิดให้บริการ dStatement ตั้งแต่วันที่ 24 มกราคม 2565 เป็นต้นไป จำนวน 6 ธนาคาร และจะทยอยเปิดให้บริการเพิ่มเติมอีก 5 ธนาคาร ภายในช่วงครึ่งแรกของปี 2565

การให้บริการ dStatement ถือเป็นโครงการนำร่องโครงการแรก ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือ "การพัฒนามาตรฐานและ ใช้มาตรฐานข้อมูลดิจิทัลเพื่อส่งเสริมบริการทางการเงิน" ซึ่งธนาคารสมาชิกของสมาคมธนาคารไทย สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ และ สมาคมธนาคารนานาชาติ ได้ลงนามร่วมกันเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2564 ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้ผู้ใช้บริการทางการเงินสามารถใช้ประโยชน์ จากข้อมูลของตนเองที่มีอยู่กับสถาบันการเงินแต่ละแห่ง เพื่อเพิ่มโอกาสในการเลือกใช้บริการทางการเงินที่หลากหลายจากสถาบันการเงิน แห่งอื่น ๆ ได้โดยสะดวก รวดเร็ว และตรงตามความต้องการของตนเองยิ่งขึ้น และถือเป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นที่จะช่วยสนับสนุนการยกระดับ บริการทางการเงินสู่บริการทางการเงินดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ

นายรณดล กล่าวว่า พัฒนาการด้านเทคโนโลยีในช่วงที่ผ่านมา เป็นปัจจัยสำคัญในการเร่งให้ระบบการเงินของประเทศก้าวสู่ โลกการเงินดิจิทัล ดังนั้นการสร้างระบบนิเวศที่เปิดกว้างให้ทั้งผู้ใช้บริการทางการเงินและผู้ให้บริการทางการเงินสามารถใช้เทคโนโลยี และข้อมูลที่มีให้เกิดประโยชน์ เพื่อต่อยอดพัฒนานวัตกรรมในการให้บริการ และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงินที่ตอบโจทย์ได้ หลากหลายอย่างเสรี จึงเป็นสิ่งสำคัญ

"การเปิดตัวบริการ dStatement ในวันนี้ ถือเป็นการปักหมุดจุดเริ่มต้นของการสร้างระบบนิเวศ ที่เปิดกว้างในการแบ่งปัน ข้อมูล (open data ecosystem) เพื่อวางรากฐานที่จำเป็นให้ภาคการเงินไทย พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งระบบ นิเวศนี้ จะช่วยปลดล็อกให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลของตนเอง เพื่อเข้าถึงบริการทางการเงินที่ดีขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพ ลด ต้นทุน และส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันที่เป็นประโยชน์กับประชาชนมากขึ้น" นายรณดล กล่าว

นายรณดล ยืนยันว่า การที่แต่ละธนาคารจะนำข้อมูลของลูกค้าออกมาใช้ระหว่างกันในการพิจารณาคำขอสินเชื่อนั้น จะอยู่ภาย ใต้การคำนึงถึงสิทธิในข้อมุลส่วนบุคคล ซึ่งข้อมูลที่แต่ละธนาคารจะนำออกมาใช้ได้จะต้องผ่านการยินยอมจากลูกค้าก่อน โดยลูกค้าจะเป็นผู้ กำหนดเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ว่าจะให้ธนาคารนำข้อมูลไปใช้ได้กับกรณีใดบ้าง ขณะเดียวกัน ขอให้มั่นใจว่าธนาคารจะปกป้องข้อมูลของ ลูกค้าไม่ให้เกิดการรั่วไหล โดยระบบการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล จะเป็นไปตามมาตรฐานการดูแลข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรฐานสากล

อย่างไรก็ดี คาดหวังว่าในอนาคตจะมีการต่อยอดข้อมูลดังกล่าวนอกเหนือจากการใช้ข้อมูลระหว่างธนาคารพาณิชย์ และ ธนาคารของรัฐออกไปเพิ่มเติม เช่น Non-Bank หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนอื่นๆ หรือแม้แต่การใช้ dStatement เพื่อการขอวีซ่า เป็นต้น

"ธปท. คาดหวังว่าจะมีการต่อยอดบริการมากขึ้นในอนาคตนอกเหนือจากสถาบันการเงินด้วยกันเอง เช่น หน่วยงานอื่นๆ ภาค รัฐ และเอกชน หรือแม้แต่บริการขอวีซ่า...ซึ่งการใช้ข้อมูลจะต้องอยู่ภายใต้พื้นฐานการได้รับการยินยอมของลูกค้า และได้รับการอนุญาต เฉพาะตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้" นายรณดล กล่าว

ด้านนายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า สมาคมธนาคารไทย และธนาคารสมาชิก สนับสนุนการพัฒนา บริการ dStatement มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์การเข้าถึงสินเชื่อของลูกค้าได้อย่างทั่วถึง สะดวก และเป็นธรรม โดยบริการ dStatement เป็นตัวอย่างการสร้างระบบนิเวศด้านข้อมูลของภาคการเงิน เอื้อให้เกิดนวัตกรรมบริการทางการเงิน บนช่องทางดิจิทัลเพิ่ม เติม ส่งผลให้ประชาชนได้รับบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการได้ตรงจุดขึ้น มีความสะดวกรวดเร็ว และช่วยยกระดับการให้บริการของ ธนาคารแต่ละแห่งให้สอดคล้องกับกับแผนยุทธศาสตร์ 3 ปีของสมาคมธนาคารไทย ในการนำระบบเทคโนโลยีมาสร้างความเข้มแข็งให้กับ อุตสาหกรรมธนาคาร (Enable Country Competitiveness) ผ่านการสร้างแนวทางการเชื่อมโยงข้อมูลและการสร้างโครงสร้างพื้น ฐาน ลดต้นทุนจากกิจกรรมที่ซ้ำซ้อนกันโดยไม่จำเป็น สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม และรองรับการเปลี่ยนแปลงของภาค ธนาคารในอนาคต เป็นเสาหลักที่แข็งแกร่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

นายฉัตรชัย ศิริไล ประธานสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ กล่าวว่า สถาบันการเงินของรัฐ มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างความ เปลี่ยนแปลงด้านบริการทางการเงินแก่ประชาชนด้วยฐานลูกค้าที่ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม และเชื่อมั่นว่าการเชื่อมโยงข้อมูลดังกล่าว เป็น การส่งเสริมให้ประชาชนใช้ประโยชน์จากข้อมูลของตนเองได้มากยิ่งขึ้น จะทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้สะดวกขึ้น โดยมีภาระต้นทุนทางการเงินที่ลดลงเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งสมาคมสถาบันการเงินของรัฐและสมาชิกได้ให้การสนับสนุนความร่วมมือของ โครงการนี้มาโดยตลอด

นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร รองผู้อำนวยการ กลุ่มงานยุทธศาสตร์องค์กร ธปท. กล่าวว่า การใช้บริการ dStatement เพื่อ ขอรับบริการสินเชื่อ แทนรูปแบบเดิมที่ขอ Statement ในรูปแบบของกระดาษนั้น จะช่วยให้ประชาชนสามารถลดการจ่ายค่าธรรมเนียมใน ส่วนนี้ลงได้ จากเดิมที่อัตรา 100-200 บาท/บัญชี/ครั้ง ลงมาเหลือไม่เกิน 75 บาท/บัญชี/ครั้ง

ทั้งใน ในภาพรวมคำขอสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ (ไม่รวมธนาคารของรัฐ) ในปี 2563 มีทั้งสิ้น 9.6 ล้านคำขอ ส่วนในปี 2564 มีประมาณ 10 ล้านคำขอ ซึ่งในปี 2565 ที่เริ่มต้นให้บริการ dStatement คาดว่าจะยังมีผู้ใช้บริการราว 5-10% หรือคิดเป็น 5 แสน - 1 ล้านคำขอ จากจำนวนคำขอสินเชื่อทั้งหมดในภาพรวม ซึ่งคาดว่าจะทำให้ประหยัดต้นทุนในภาพรวมช่วงแรกได้ราว 250-500 ล้า บาท

"ในปี 65 ซึ่งเป็นช่วงปีแรกของการเริ่มใช้ dStatement เราคงตั้งเป้าไว้ไม่สูงมาก เพราะต้องเริ่มให้ความรู้ความเข้าใจ กับประชาชนก่อน รวมทั้งเร่งให้ลูกค้าเข้ามายืนยันตัวตนในระบบดิจิทัล แต่เชื่อว่าตัวเลขผู้ใช้งานจะเติบโตแบบก้าวกระโดดในช่วงถัดไป ถ้า ทำได้ถึง 50% ของยอดคำขอสินเชื่อรวม ก็คาดว่าจะประหยัดต้นทุนของระบบได้ถึง 2,500-3,000 ล้านบาท" นายชัยวัฒน์ กล่าว

ส่วนเรื่องอัตราค่าธรรมเนียมการใช้ dStatement เพื่อยื่นขอสินเชื่อที่ในช่วงแรกยังมีความแตกต่างกันมากในแต่ละธนาคาร นั้น คาดว่าในอนาคต ค่าธรรมเนียมดังกล่าวจะค่อยปรับลดลง หลังจากที่มีการแข่งขันการให้บริการกันมากขึ้นในแต่ละธนาคาร

ไทม์ไลน์ธนาคารที่พร้อมเปิดให้บริการ dStatement ในช่วงครึ่งแรกของปี 2565

วัน/เดือน ที่เริ่มเปิดบริการ         ธ.ที่พร้อมส่งข้อมูล dStatement           ธ.ที่พร้อมรับข้อมูล dStatement

24 ม.ค. 65               BBL, KTB, KKP, BAY, KBANK, SCB             BBL, KTB, KKP
   มี.ค. 65                      ธกส., ออมสิน, ธอส.                 BAY, KBANK, ธอส.
  เม.ย. 65                            TTB                              SCB
   พ.ค. 65                                                             TTB
   มิ.ย. 65                          CIMBT                            ธกส., ออมสิน

10
Market / เข่า VPS SERVER DDC SERVER
« เมื่อ: วันนี้ เวลา 12:34:12 PM »
VPS เริ่มต้น 150บาท
Dedicated เริ่มต้น2500บาท
ฟรีไฟล์วอกันยิงเครื่องเซิฟเวอร์
1.เช่าเครื่องโดยระบบอัตโนมัติกด> : https://sun-vps.com/
2.วีดีโอสอนเช่าเครื่องผ่านเว็บ : https://bit.ly/2Xj5Ukh

11
Market / บอนไซสวยงาม ของตกแต่งขั้นเทพ
« เมื่อ: วันนี้ เวลา 12:33:35 PM »
https://www.katobonsai.com/
บอนไซ บอนไซประดิษฐ์ ตกแต่งบ้าน

12
Market / สอนทำพิมพ์ สอนหล่อเรซิ่น media production
« เมื่อ: วันนี้ เวลา 11:44:24 AM »
www.facebook.com/mediapro60
สอนทำพิมพ์ สอนหล่อเรซิ่น น้ำยาดับกลิ่นเรซิ่น

13
VPS เริ่มต้น 150บาท
Dedicated เริ่มต้น2500บาท
ฟรีไฟล์วอกันยิงเครื่องเซิฟเวอร์
1.เช่าเครื่องโดยระบบอัตโนมัติกด> : https://sun-vps.com/
2.วีดีโอสอนเช่าเครื่องผ่านเว็บ : https://bit.ly/2Xj5Ukh

14
Market / บริการรับเหมาถมที่ ถมดิน ติดต่อ 080-022-3804
« เมื่อ: วันนี้ เวลา 11:21:02 AM »
รับเหมาถมดิน ทุกขนาด พื้นที่ ประสพการณ์มากกว่า 10 ปี ติดต่อ 080-022-3804

15
Market / Balance O Plus น้ำมัน ออยล์
« เมื่อ: วันนี้ เวลา 11:09:05 AM »
Balance O
สอบถาม LINE:@balances

หน้า: [1] 2 3 ... 591
“เมื่อมีโอกาสและมีงานทำ ควรเต็มใจทำโดยไม่จำเป็นต้องตั้งข้อแม้ หรือเงื่อนไขอันใด ไว้ให้เป็นเครื่องกีดขวาง คนที่ทำงานได้จริงๆนั้น ไม่ว่าจะจับงานสิ่งใด ย่อมทำได้เสมอ ถ้ายิ่งมีความเอาใจใส่ มีความขยัน และ ความซื่อสัตย์สุจริต ก็ยิ่งจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในงานที่ทำสูงขึ้น” คำสอน ของพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ
- - - - - tutorlive website คุณภาพ สำหรับคุณ - - - - -
น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น Mermaid ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพคุณไม่ควรพลาด " ธรรมชาติที่ไม่ธรรมดา "
Powered by www.tutor-thai.com welcome to tutorlive by tutor-thai.com
Nice To Meet You